ปิดเมนู
หน้าแรก

ผิวหนัง สมบัติล้ำค่าที่ต้องการการดูแล

เปิดอ่าน 1,398 views

ผิวหนัง สมบัติล้ำค่าที่ต้องการการดูแล

skin-structure

ผิวหนังคืออวัยวะที่สำคัญมากๆของมนุษย์ เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยห่อหุ้มและปกป้องร่างกาย จาก
มลภาวะและสิ่งสกปรกต่างๆ ผิวหนังมีด้วยกันทั้งหมด 3 ชั้น คือ ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน ซึ่งในแต่ละชั้นก็จะทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงเป็นที่อยู่ของต่อมต่างๆอีกมากมายด้วย เช่น ต่อมเหงื่อ หรือต่อมไขมัน เป็นต้น

ชั้นหนังกำพร้า

ถือว่าเป็นผิวหนังชั้นนอกสุด หน้าที่หลักๆของผิวหนังชั้นนี้คือ ปกป้องผิวจากเชื้อโรคต่างๆ สารพิษและการสูญเสียน้ำ โดยสามารถแบ่งย่อยลงไปได้อีก 5 ชั้น กระบวนการผลัดเซลล์ผิวก็จะอยู่ที่ชั้นหนังกำพร้านี้เช่นกัน โดยเริ่มต้นที่ชั้น Basal layer ซึ่งเซลล์ชั้นในสุดที่ยังมีชีวิตอยู่ ถัดจากชั้นนี้คือชั้น Prickle layer ซึ่งเป็นชั้นที่ร่างกายผลิตโปรตีนที่เราเรียกกันว่าเคราติน ถัดไปอีกจะเป็นชั้นที่เป็นจุดเริ่มต้นของการผลัดเซลล์ผิวเรียกว่าชั้น Granular layer ในชั้นนี้เคราตินที่ผิวหนังจะเริ่มเปลี่ยนเป็นลิพิด ส่วนชั้นต่อไปจะพบว่าเซลล์ผิวหนังจะอัดตัวรวมกันแน่น เรียกว่า Clear layer และในชั้นสุดท้ายด้านนอกสุดคือ Horny layer เซลล์ในชั้นนี้จะมีลักษณะแบน เรียงตัวขนานกัน เป็นเซลล์ที่ตายแล้ว และจะหลุดลอกออกมาในรูปของขี้ไคลในที่สุด

ชั้น Horny layer

นี้จึงจัดได้ว่าเป็นผิวหนังชั้นนอกสุดที่เป็นปราการด่านแรกของผิว เซลล์ทุกเซลล์ในชั้นนี้ต่างยึดติดกันด้วยสารที่มีชื่อว่า ลิพิด แบริเออร์ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายมอยส์เจอไรเซอร์ช่วยปกป้องความชุ่มชื้นให้กับผิว ถ้าผิวขาดสารตัวนี้ก็จะทำให้เซลล์ในชั้นนี้หลุดลอกออกมาได้ง่าย เช่น ในคนที่มีปัญหาผิวหยาบ หลุดลอกออกมาเป็นขุยๆนั่นเอง และเซลล์ในชั้นนี้ก็จะเป็นเซลล์ที่หลุดออกเวลามีที่มีการผลัดเซลล์ผิวเก่าๆด้วย

ถัดเข้ามาจากชั้นหนังกำพร้าก็คือ ชั้นหนังแท้

ชั้นนี้เป็นชั้นที่ความหนาและมีความยืดหยุ่นมากประกอบด้วย 2 ชั้นย่อยๆ คือ The lower layer ซึ่งเป็นชั้นที่อยู่ลึกที่สุด ชั้นนี้จะผลิตของเหลวกั้นชั้นของไขมันเอาไว้ ส่วนอีกชั้นหนึ่งคือ The upper layer ชั้นนี้จะมีลักษณะคล้ายๆขอบคลื่น จะเป็นชั้นที่กั้นอยู่ระหว่างชั้นหนังแท้และชั้นหนังกำพร้า

ส่วนองค์ประกอบหลักที่สำคัญในชั้นหนังแท้ที่เป็นตัวช่วยเรื่องความยืดหยุ่นของผิว ให้ดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดีนั้นก็คือ คอลลาเจนและอิลาสติน ซึ่งจะลดลงได้ง่ายเมื่อถูกกระทบจากปัจจัยภายนอกจำพวก แสงแดดและการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิบ่อยๆ ยิ่งอายุมากขึ้น ร่างกายก็จะยิ่งผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินลดลง เป็นสาเหตุให้ผิวขาดความยืดหยุ่น เนียนกระชับและเกิดริ้วรอยขึ้นในที่สุด

นอกจากริ้วรอยและความหย่อนคล้อยของผิวแล้ว สีผิวเองก็สำคัญเช่นเดียวกัน ซึ่งตัวแปรที่มีผลอย่างมากต่อสีผิวก็คือ การสร้างเม็ดสีผิว ในผิวหนังชั้นนี้ โดยเซลล์ที่เรียกกันว่า เมลาโนไซต์ ซึ่งเป็นเซลล์สร้างเม็ดสีที่ทำงานจากปฏิกิริยาออกซิเดชันร่วมกับเอนไซม์ ไทโรซีเนส โดยจะไปกระตุ้นให้กรดอะมิโนชนิด ไทโรซีน เปลี่ยนไปเป็นชนิดโดปา จนก่อให้เกิดการสร้างเม็ดสีหรือ เมลานินขึ้นในที่สุด

เรียกภาวะที่ร่างกายมีการผลิตเม็ดสีเมลานินมากเกินปกตินี้ว่า ไฮเปอร์พิกเมนเทชั่น ซึ่งสาเหตุหลักๆก็เกิดได้หลายทาง เช่น อายุ กรรมพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาการบาดเจ็บ หรืออาการอักเสบของผิว รวมถึงการถูกแสงแดดเป็นเวลานานๆด้วย โดยความเข้มของสีผิวจะมากขึ้นตามปริมาณเม็ดสีที่เพิ่มมากขึ้น ยิ่งเมื่อผิวถูกกระตุ้นจากแสงแดดมากๆ ก็จะยิ่งเร่งการทำงานของเซลล์เม็ดสีได้เป็นอย่างดีและช่วยเพิ่มการกระจายตัวของเม็ดสีในเซลล์ผิวหนังให้มากขึ้นในบริเวณที่ถูกแสงได้ง่าย เช่น ผิวหน้า มือหรือแขนเป็นต้น

ดังนั้นสำหรับผู้ที่ไม่อยากให้ผิวเป็นฝ้าหรือเกิดจุดด่างดำต่างๆ ก็ควรการจำกัดเวลาในการออกแดด ให้น้อยลง หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรสวมเสื้อผ้าที่ปกป้องผิวส่วนที่ต้องสัมผัสแดดเอาไว้และใช้ครีมกันแดดค่าปกป้องสูงๆ ทาบ่อยๆ ก็ช่วยลดโอกาสการเกิดจุดด่างดำที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้ได้

แต่ถึงแม้การปกป้องผิวจากแสงแดดจะช่วยลดการเกิด ฝ้า และจุดด่างดำบนผิวหนังที่เกิดจากการถูกกระตุ้นโดยแสงแดดบ่อยๆได้ แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวเกิดฝ้าและจุดด่างดำพวกนี้ได้ง่ายอยู่ดี นั่นก็คือ ฮอร์โมน  เช่น การเกิดกระหรือฝ้าบนริมฝีปากนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากภาวะทางฮอร์โมน โดยเฉพาะในผู้หญิงจะสามารถเกิดได้ง่ายมากจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน เพราะฮอร์โมน 2 ตัวนี้สามารถกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้นได้มากเมื่อผิวโดนแสงแดด ในกลุ่มผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หรือที่รับประทานคุมกำเนิดเป็นประจำจึงเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดฝ้าและจุดด่างดำแบบนี้ได้ง่ายๆ เพราะเป็นกลุ่มคนที่ฮอร์โมน 2 ตัวนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด

สำหรับปัญหาของผิวที่เกิดขึ้นนี้จึงสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ระดับกว้างๆ ด้วยกัน คือระดับตื้น หรือระดับที่กระทบต่อการชั้นโครงสร้างผิวหนังจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น ในระดับนี้จะเกิดการกระตุ้นให้ผลิตเม็ดสีออกมาซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวหมองคล้ำและฝ้าอย่างที่กล่าวไป ส่วนอีกระดับคือระดับลึก ในระดับนี้เกิดขึ้นจากแสงแดดเป็นส่วนใหญ่ ที่กระตุ้นให้เซลล์เกิดสารอนุมูลอิสระมาก เสื่อมสภาพเร็ว และสร้างคอลลาเจนได้น้อยลง ผิวหนังจึงย่อยคล้อยมีริ้วรอยเกิดขึ้นได้ง่ายและเร็วกว่าที่ควรจะเป็น

skin care

สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่ผิวเกิดกระหรือฝ้า นอกจากการยิงเลเซอร์เพื่อไปทำลายเซลล์เม็ดสีผิวที่ไม่พึงประสงค์แล้ว ยังสามารถเลือกวิธีอื่นๆได้อีกหลายวิธี เช่น การใช้ยากลุ่ม ลิโคริช อะเซลีอิคแอซิด และวิตามินเอทาที่ผิว การใช้เทคนิคทำทรีตเม้นท์ไอออนโตโฟรีซิส ซึ่งจะเป็นการผลักวิตามินซีเข้าไปบำรุงผิวโดยตรง หรือวิธีที่คนส่วนใหญ่นิยมกันเพราะไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช่จ่ายมากเกินไปนั่นก็คือวิธี พีลลิ่ง หรือการทาครีมเพื่อช่วยให้ผิวชั้นหนังกำพร้าหลุดลอกออกไป และถึงวิธีนี้จะไม่ได้จัดการลงลึกถึงเซลล์เม็ดสีผิวโดยตรง แต่ก็เป็นการช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่มีสีเข้มให้หลุดออกเร็วขึ้น สีเข้มๆของกระหรือฝ้าจึงดูจางลงได้เช่นกัน

ดังนั้นหากไม่อาจหลีกเลี่ยงมลภาวะจากสิ่งแวดล้อมและแสงแดดได้ การป้องกันผิวเอาไว้ด้วยวิธีการต่างๆย่อมดีกว่าการปล่อยให้ผิวเสียไปแล้วมาตามแก้กันทีหลัง สวมใส่เสื้อผ้าที่สามารถปกป้องผิวจากแสงแดดได้ ทาครีมบำรุงผิวและครีมที่มีความสามารถในการปกป้องผิวสูงๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ผิวพรรณก็จะสวยงามสดใจ ไม่เกิดปัญหาและเสื่อมสภาพไปง่ายๆอย่างแน่นอน
EUCERIN-OR-Sun-face-products-behind-the-science-04_infographic

สุดยอดครีมกันแดดทาหน้า สำหรับผู้ชาย ด้วยเทคโนโลยีปกป้องผิว ประสิทธิภาพสูงสุด

ครีมกันแดดนาโนเนื้อมูส SPF50/PA+++ สำหรับผู้ชาย

  • ครีมกันแดดนาโน เนื้อมูส สำหรับผู้ชาย เทคโนโลยีรายแรกของไทย ด้วยอนุภาคขนาดเล็กสุดของ Titanium Dioxide (10-9 nm) ทำให้เกลี่ยง่าย เพียงวินาที
  • ช่วยปกป้องผิวสวยของคุณสูงสุดจากการทำร้ายของรังสี UVA/UVB ด้วยค่า SPF50/PA+++ ป้องกันการเกิด การลามของฝ้าประสิทธิภาพสูงสุด
  • เป็นครีมกันแดดเนื้อมูสที่บางเบาที่สุดที่เคยมีมา ให้ความรู้สึกบางเบาเวลาที่เกลี่ย แห้งและซึมเร็ว ทาแล้วเหมือนไม่ได้ทา
  • ผสมสารสกัดจากพืชธรรมชาติสารสกัดจาก Lumi Skin Extract ที่ให้ใบหน้าขาวกระจ่างใส ปรับผิวขาวได้ดีกว่า Kojic Berry ถึง 30 เท่า
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้ามัน เป็นสิวง่าย และผิวบอบบางแพ้ง่าย  ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน กันน้ำได้ 100%

นวัตกรรมปกป้องผิวให้กระจ่างใส ด้วยครีมกันแดดเนื้อมูส อนุภาคนาโนพาร์ติเคิล (Nano Particles Technology) รายแรกของไทย ปกป้องแสงแดด ป้องกันสารอนุมูลอิสระทำร้ายผิว ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดฝ้า กระ ด้วยค่า SPF 50/PA+++

ข้อดีของครีมกันแดดเนื้อมูส อนุภาคนาโน

  • เนื้อครีมที่เนียนนุ่ม บางเบา
  • เกลี่ยง่าย ซึมเร็วใน 1 วินาที
  • ให้หน้าคุณดูกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ
  • ให้ผิวดูเรียบเนียน ไม่มันวาว
  • กันน้ำ 100% ไม่ทิ้งคราบ เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด
  • เหมาะสำหรับผู้ที่หน้ามัน เป็นสิวง่าย
  • สูตรอ่อนโยน เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายทุกชนิด
  • ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย เด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไปก็ใช้ได้ โดยเฉพาะผู้ชายที่มองหากันแดดที่เนื้อบางเบาที่สุด ดีดีฟครีมกันแดดเนื้อมูส อนุภาคนาโนคือคำตอบ

ในผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด ซึ่งจะมีการเขียนอธิบายอยู่ข้างหลอดของครีมกันแดด UVA UVB ซึ่ง 2 ประเภทนี้ คือ ชนิด AและB ก็มาจากแสงของดวงอาทิตย์ ส่องมายังพื้นโลก จะเป็น UVA 95 % UVB 5 % ซึ่งทำให้เกิดปัญหาของผิวพรรณตามมา และมี UVC ซึ่งจะไม่ลงมาบนพื้นผิวโลก เนื่องจากชั้นโอโซนช่วยกรองเอาไว้ ซึ่ง UVC เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งผิวหนัง

รังสีจาก UVA จะทำให้ผิวแก่ก่อนวัย หน้าคล้ำได้ ฉะนั้นเวลาไปทะเล แล้วผิวคล้ำเกิดจาก UVA

รังสีจาก UVB Burning คือผิวไหม้แดด เกรียมแดด อย่างกรณีไปอาบแดด แล้วผิวไหม้ ผิวเกรียม เกิดจาก UVB ฉะนั้นจึงต้องมีครีมกันแดดป้องกันทั้ง 2 อย่าง ทั้ง UVA และ UVB

SPF หมายถึงประสิทธิภาพในป้องผิวจากแสงแดดการการไหม้ ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่าผิวของคุณทนต่อแสงแดด ได้เป็นเวลา 15 นาทีเกิดการอาการไหม้ การทาครีมป้องกันแสงแดด SPF 30 นั้นจะช่วยให้ผิวจะทดได้ 450 นาที ก่อนที่ผิวจะไหม้ จึงสรุปได้ว่า ค่า SPF เป็นค่าจำนวนเท่าของเวลาในการทนต่อแสงแดด ก่อนที่ผิวจะไหม้ (ป้องกันรังสี UVB) ดังนั้นครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ ไม่จำเป็นที่จะต้องป้องกันรังสี UVA ได้ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF ที่สูง ไม่จำเป็นที่จะป้องกันรังสี UV ได้ดีเสมอไป

PA หมายถึง Protection Grade of UVA หรือระดับการป้องกันแสง UVA นั้นเอง

ซึ่งมีอยู่ 3 ระดับ คือ

  • PA+ ,
  • PA++ และ
  • PA+++

โดยที่ PA+++ มีค่าการป้องกันสูงที่สุด PA+ นั้นเหมาะกับการป้องกันทั่วๆไป ส่วนผู้ที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรใช้ครีมกันแดดที่มี ระดับการป้องกัน PA++ ขึ้นไป.

Physical กับ Chemical Sun-screen Physical Sun-screen หรือครีมกันแดดชนิดกายภาพ คือเป็นสารที่ช่วยสะท้อนแสงออกไป ซึ่งอาจจะทำให้ดูขาววอก ส่วน Chemical Sun-screen จะทำการดูดซับรังสี UV แทนผิว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสารควบคุมให้ใช้ในปริมาณที่จำกัด ตามกฏหมายเครื่องสำอางควบคุม.

ครีมกันแดดที่อ้างว่ากันน้ำ หรือกันเหงื่อ ไม่ได้หมายความว่ามันจะกันได้ตลอด เมื่อเหงื่ออก ลงน้ำ หรืออะไรก็ตาม สารเคมีที่เป็นตัวกันแดดจะเสื่อมลง หลายๆ ครั้ง มันก็ยังเหนียวหนึบติดผิวเราอยู่ คือ พอถูกน้ำ ประสิทธิภาพในการกันแดดจะลดลง โดยส่วนมากแล้ว คำว่า Waterproof หรือ Water Resistant จะทนน้ำได้ไม่เกิน 60 นาที ก็เสื่อมแล้ว ส่วน Very Water Resistant เนี่ย ก็จะอยู่ได้ไม่เกิน 80 นาทีแค่นี้เองด้วยเหตุผลดังกล่าวเราจึงได้มีการพัฒนาสูตรที่ทนน้ำได้นานตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นสูตรที่ดีที่สุดของเราเลย

****สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่****

ศูนย์อบรมเครื่องสำอาง JMC

(JMC Cosmetic Training Center)

Managing Director

Tel: 083-007-8589, Line ID: careandliving

https://www.facebook.com/JMC-Cosmetic-Training-Center-113166417038006/

สถานที่อบรม :

ศูนย์อบรมเครื่องสำอาง

อาคารเลขที่ 88/22 หมู่บ้าน เนอวานา พาร์ค (Nirvana Park)

ซ. รามคำแหง 53 ถ. รามคำแหง แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง 10310

มีฝ่าย R&D 
พัฒนาสูตร และผู้เชี่ยวชาญดูแล อย่างใกล้ชิด

аренда боксов киев

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : ผิวหนัง สมบัติล้ำค่าที่ต้องการการดูแล