ปิดเมนู
หน้าแรก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องสมุนไพร และ สุขภาพ

คำถามที่พบบ่อย เรื่องสมุนไพร และ สุขภาพ

มีคำถาม กว้างๆ จากหมู่เพื่อน หมู่คณะ

1 ทานยาสมุนไพร หลายขนาน 6 ชนิด กินพร้อมกัน จะมีผลอย่างไรบ้าง

คำตอบ  หากกินพร้อมกัน อย่างละเล็กน้อย และ เป็นคำแนะนำจากผู้ที่พอมีความรู้และประสบการณ์  ความเสี่ยง น่าจะมีน้อย      ในอดีต ตำรับยา ทีมีตัวยาผสมอยู่มากรายการ จะพบได้บ่อย   จึงจัดเป็นตำรับยา และ อาจจะมีชื่อเรียก เจาะจง เช่น ยาธาตุบรรจบ   ยาสหัสธารา

การถามว่าจะมีผลอย่างไร ก็ให้สังเกตุว่า ตนเอง ทานยาสมุนไพรแล้ว เป็นอย่างไร ด้วย

โดยทั่วไป ไม่ว่าทานยาอะไร ย่อมมีโอกาส จะได้ผลบวก และ ผลลบ  ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาคุย กันนาน ตัวอย่าง เช่น การใช้ยาจะหวังผลเร็ว หรือ หวังผลช้า

หากให้เห็นผลเร็ว บางที ก็จะใช้ยาจำเพาะกับ อาการ  โดยใช้ยาที่เข้มข้น  และ อาจจะต้องห้าม ทาน    ห้ามกิจกรรมบางอย่าง

ตัวอย่าง หากเราเป็นโรค กลุ่มอาการเย็น แล้ว ให้ยาร้อนรักษาเต็มที่ อาจจะต้องระวังสังเกตุ อย่าไปทานอาหารร้อน   อย่าไปมีพฤติกรรมร้อน เกินไปด้วย     เพราะจะทำให้ยิ่งร้อน หรือ ร้อนเกิน   และตรงกันข้าม ได้ยาร้อนเราก็ไม่ควรไปทานยาเย็น เพราะผลจะหักล้างกัน เสียเวลากินยา   ตัวอย่าง กินโสม เป็นยาร้อน แล้ว กินฟักกินแตงเป็นอาหารตามกัน   เขาจัดว่า ล้างฤทธิ์ยากัน

ดังนั้น การทานยา หลายขนาน นั้นก็ต้องดูว่า หวังช่วยบรรเทาอาการอะไร  เป็นยาเย็นหรือ ยาร้อน หรือ กลางๆ (เรียก สุขุม )    อากาศในขณะนี้เป็นอย่างไร การกินอยู่ของเราในขณะกินยา เป็นอย่างไร

สิ่งเหล่านี้จะช่วยส่งเสริม ยา    ให้ พอเหมาะ   หรือ  ส่งเสริมฤทธิ์ยาเกินไป  หรือ หักล้างฤทธิ์ยา

บางทียาหลายขนานนั้น เป็นยาอ่อน คล้ายอาหารเสริม หรือ ยาอายุวัฒนะที่ตรงกับ สภาวะของเราก็คงจะเป็นประโยชน์   จะยาก ตรงที่สภาวะของเราก็ไม่แน่ไม่นอน อาจจะสุดขั้วทางเย็นทางร้อนได้ง่าย

ในอดีตชีวิตคน รุ่นก่อน ไม่ค่อยสุดขั้ว จะอยู่กลางๆไป  เช่น น้ำมันผัดทอดก็ไม่ค่อยจะมี น้ำเย็นน้ำแข็งก็ไม่มีให้ทาน  กินแต่ข้าวผัก น้ำพริกพอประมาณ    การออกแรงหนัก การอดนอนทำงานทั้งคืนก็ไม่มี เพราะมืด ไม่มีไฟฟ้าใช้  ยามตะวันขึ้นก็ทำงาน  ยามตะวันตก ค่ำก็พักผ่อน   ยุคนี้ทำไม่หยุด  24 ชม. ทุกสาขาวิชาชีพ สุขภาพก็เสีย เสื่อมง่าย

2 ยาสมุนไพร กินบ่อยๆ จะมีผลข้างคียง หรือ ไม่

  คำตอบ ว่า ขึ้นอยู่หลายๆอย่างหลักๆก็คือ ฉลาดใช้ หรือ ไม่   ทำนองเดียวกับ  ใช้มีด อันตรายหรือ ไม่  ทำครัว แม่ครัว ใครๆ ก็ใช้มีด  หากใช้เป็นก็ไม่มีอันตราย ใช้ไม่เป็นก็มีดบาด  และคงฝึกใช้ได้ไม่ยาก  หรือ ขับขี่รถยนต์ จะอันตรายหรือเปล่า   คำตอบ ก็ขึ้นอยู่กับ ผู้ใช้ ฉลาดพอ มีสติ และ มีปัญญา ในการใช้เพียงใด

หากกลัว มีดบาด ก็ใช้มีดทือๆ  แต่ใช้งานก็ยากขึ้น ตัดอะไรไม่ค่อยออก

หากกลัวยาสมุนไพรแต่อยากกิน และ ไม่มีความรู้   ก็กินยาอ่อนๆ   กินน้อยๆไป กินเป็นอาหาร ก็คงไม่มีโทษ

3 การออกกำลังกายในคนวัย 50 กว่าปี ควรออกกำลังกายอย่างไร จึงจะเหมาะสม ใช้เวลาประมาณเท่าไร

คำตอบ  โดยหลักการส่วนตัว ที่ผมใช้ คือ ให้บริการปราณ  คือหายใจเข้าออก ลึกๆ  และ กายบริหารเหยียดยืดเส้นครับ    ซึ่งแต่ละหมอ แต่ละประชาชน ก็มีความเชื่อ มีประสบการณ์ไม่ตรงกันได้ บางคนชอบอะไรแบบเอเชีย   บางคนชอบแบบฝรั่ง

บางคนชอบให้ หัวใจเต้นเร็ว  ผมสังเกตุว่า มีโอกาสตายคาสนาม หลายรายแล้ว  ผมจึงชอบ กายบริหารไม่ให้หัวใจเต้นเร็ว  ซึ่งแบบฉบับของผมตรงกับ มรดกภูมิปัญญา  แต่ไม่ตรงกับที่เขาส่งเสริมแนะนำกันครับ

4 ตับแห้ง จะมีผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง  และ จะเป็นตับเปียก อีกหรือไม่

คำตอบ  ตับแห้ง เป็นการเรียกสภาวะ ของตับ ก่อนที่จะ ตับแข็ง ซึ่งไม่ค่อยวินิจฉัยกันในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน   แต่ เป็นกลุ่มอาการตามศาสตร์แผนดั้งเดิม เช่น แผนจีน  และ แผนไทย

มียาสมุนไพร ที่ช่วยฟื้นสภาพตับ ที่แห้ง ให้นุ่ม (ชุ่มชื้น ) กลับมาดังเดิมได้  ง่าย

หากรอให้ตับแข็ง การฟื้นสภาพตับ ก็ต้องใช้เวลา นาน  ยิ่งขึ้นไปอีก

ตับแห้ง จึงจัดเป็นภาวะ ที่แฝงซ่อนเร้น โดยไม่มีอาการที่ชัดเจนก็ได้  เพราะถ้ามีอาการและรู้ตัวจริงๆ ก็คงไม่มีคนเป็นโรคตับแข็งแล้ว  เพราะหากตับแห้ง เขามีอาการมาก เขาคงจะรีบรักษาตัวเสียก่อน  ซึ่งในชีวิตจริง ตับแห้งเป็นกันโดยไม่ค่อยรู้ตัว เราจึงไม่ค่อยกลัว และ ไม่ระวังตัว

ตับแห้งอาจจะเทียบเคียงกับ คอแห้งร้อนใน ที่ไม่สบายตัว  แต่บางทีอาการน้อยจนไม่รู้ว่า กำลังเป็นอยู่

5 สระผม ตอนกลางคืน มีผลเสียอย่างไรบ้าง

คำตอบ คือ เย็นชื้น   ทำให้มีเสมหะได้ง่าย ทำให้เกิดความเสี่ยงของความเย็นชื้น อุดกั้นช่องทางเดินหายใจ อุดกั้นหลอดเลือด   ตอนวัยรุ่นอาจจะไม่มีอาการทันที  แต่จะค่อยๆสะสม และเห็นอาการแสดงในระยะต่อมา  เว้นแต่ว่า บางคนจัดการแก้ผลเสียได้ เป็น  ซึ่งพบได้น้อย

มรดกภูมิปัญญา จึงสอน ไม่ควรอาบน้ำสระผมค่ำๆ  ส่วนหนึ่งในอดีต การอาบน้ำยามค่ำ มีความเสี่ยงหลายอย่างผสมโรง เช่น ไม่มีไฟฟ้า มืด อาจจะลื่นล้ม   ไม่มีห้องน้ำ ก็ลมพัดยิ่งหนาวเย็นได้ง่าย ซึ่งสองประเด็นนั้น ความเป็นเมืองจะไม่มีความเสี่ยงนั้นแล้ว แต่ความเย็นชื้นต่อร่างกายและ ศีรษะจะยังคงมี

6 ผลการตรวจสุขภาพ ที่แปรปรวน ผิดปกติ จะกลับมาปกติ ได้หรือไม่ หรือ จะเสื่อมไปเลย

คำตอบ  1 ขึ้นกับการเลือกให้หาย หรือ เลือกให้แย่ ตามต้นเหตุและ ปัจจัย ที่ตระหนัก  เช่น เลิกนอนดึก ลดการทานของมัน ๆ   ทานผักเป็น ก็จะดีขึ้น และ ทำตรงข้ามให้ร้ายกับสุขภาพ ผลก็จะยังคงแย่

2  ขึ้นกับ อายุ และ โรค    หากอายุมาก และโรคมาก ( ซึ่งเป็นสิ่งจริง หลีกหนีไม่ได้ ) ก็คงจะเสื่อมไปเป็นธรรมดา       หากอายุน้อย โรคน้อย ส่วนมากก็ฟื้นฟู ฟื้นคืนได้ เป็นธรรมดา  เช่นกัน

      หากโรคมาก อายุมาก ฟื้นฟูคืนได้ง่ายได้หมด  ก็น่าสงสัยว่า  เราจะตายกันอย่างไร  และหากคนเราเกิดมา โดยซ่อมได้ไม่ตายเลย  โลกนี้คงไม่น่าอยู่ มีแต่คนแก่ๆ แต่ไม่ตาย   หรือ เราจะขอให้หนุ่มสาวตลอดไป ไม่แก่เลย   หากขอได้ทำได้ คนรุ่นก่อนหน้า ก็คงไม่มีใครแก่ 

         คนเรายามหลงเพลินไม่เห็นทุกข์ก็อยากจะได้อยากจะมี   แต่ยามเจ็บยามทรมาน อะไรก็ไม่อยากได้ ไม่อยากมี แม้แต่ชีวิตและลมหายใจ       นักปราชญ์ท่านเอา ความเจ็บความเสื่อมของร่างกาย เป็นสิ่งเตือนใจให้ไม่ประมาท และ ใช้ชีวิตร่างกายให้อยู่ในทางของ มัชฌิมา คือ สายกลาง  พอประมาณ สมเหตุผล  พึ่งตนเองได้ ให้คนอื่นพึ่งพาได้

          ดังนั้น ความจริง ตลอดกาล ทุกสมัย คือ   สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา จงยังประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาท เทอด

           ผมคิดว่า หากมีรถเก่ามากๆ  จะต้องพัง  ก็อย่าทนใช้  เปลี่ยนรถใหม่  ความหมายคือ เปลี่ยนภพ เปลี่ยนร่างใหม่ เกิดใหม่ หากเรายังคิดว่าการเกิดมา สุขสนุกสบาย

           นักปราชญ์ นักบวช ก็มองว่า การเกิดแก่ เจ็บ เป็นทุกข์  จึงหาวิธีพ้นจากทุกข์ เท่าที่พึงกระทำได้ ด้วยกำลังของ ศีล สมาธิ ปัญญา

ผู้เรียนรู้ร่นหลัง

Audi