ปิดเมนู
หน้าแรก

แรงบันดาลใจมี หนักแค่ไหน ก็เปลี่ยนแปลงได้ เธอลดน้ำหนักจาก 115 เหลือ 63 กก.

เปิดอ่าน 545 views

แรงบันดาลใจมี หนักแค่ไหน ก็เปลี่ยนแปลงได้ เธอลดน้ำหนักจาก 115 เหลือ 63 กก.

เป็นเรื่องเหลือเชื่อ ที่หลายๆ คนต้องปรบมือให้น้องคนนี้  ที่เอาชนะความอ้วนที่เธอเก็บเอาไว้หลายปี จนถึง 115 กิโลกรัม แต่ปัจจุบันนี้ เธอสามารถลดจนเหลือ 63 กิโลกรัมได้อย่างน่าทึ่ง ไปฟังเรื่องราวของเธอกันดีกว่าครับ เผื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครๆ ในนี้ได้บ้าง

เอาล่ะค่ะมาเริ่มกันที่หนูเริ่มอ้วนตอนไหน ? บอกได้เลยค่ะว่า ” อ้วนแต่เด็ก ” แต่เห็นทีมาเริ่มเป็นน้องๆ ช้างน้ำก็ตอนอายุ 3-4 ขวบ เห็นจะได้ พอโตมาเรื่อยๆ ก็กินมากมายสารพัดอย่าง และที่ชอบกินมากๆ ของทอด ของมัน เพราะ ตอนเด็กจะทานไข่ทอด ทุกวัน วันละ 3-4 ฟอง ของที่เป็นขนมหวานๆ เคเอฟซี หมูกระทะ  บุฟเฟ่ต์  น้ำอัดลม ที่ทานแล้วอ้วน  ทุกๆอย่างมากมายที่ขวางหน้า

ที่กล่าวมาคือผ่านมาหมดทุกอย่างแล้ว  ผ่านมาจนชีวิตอนุบาล น้ำหนักก็ อยู่ประมาน 40 กิโลแล้ว ประถมก็อ้วนขึ้นมาจน ม.ต้น – ม.ปลาย น้ำหนักอยู่ที่ 105 – 110 กิโล อย่างที่เห็น ตามรูปร่าง

พอขึ้นมหาลัย น้ำหนักขึ้น อยู่ที่ 115 กิโล เพราะเรียนหนัก ทำกิจกรรมมาก ดึกๆหิว ก็หาอะไรกิน กินเสร็จแล้วก็นอน  แต่พอเรียนมหาลัยไปจบ ปี 1 ก็ เริ่มลดๆ ข้าวเย็น แต่ก็ไม่ได้ผล ทำมาได้แค่ช่วงอาทิตย์เดียว แล้วกลับมากินเหมือนเดิม อยู่แบบนี้มาเรื่อยๆ

หลายๆครั้ง ที่มองคนสวย หุ่นดี ก็อยากผอมแต่คิดว่าเราคงผอมไม่ได้หรอก และทุกครั้งที่มองตัวเองในกระจกเราจะคิดเข้าข้างตัวเองเสมอว่า เราผอมนะ ไม่อ้วนมากเกินไป แต่ที่ความจริงแล้วเราอ้วนมาก เพราะในบรรดาพี่น้อง เราจะเป็นคนเดียวที่อ้วนมาตั้งแต่เด็กโดนเปรียบเทียบมาตลอด โดนเพื่อนล้อ ว่า ช้างน้ำ  ตุ่ม หมูตอนบ้าง บางทีก็แอบน้อยใจ ว่าคนอ้วน ผิดตรงไหน

….หลายคนบอก พอขึ้นมหาลัย จะผอมเองละ หรือเป็นเพราะพอมีความรัก หรือป่าว  ??  จริงเหรอ….  บอกเลยว่าไม่ใช่ค่ะ

เหตุผลที่มีแรงบันดาลใจในการลดน้ำหนัก คือ เห็นรุ่นน้องคนหนึ่งในเฟสบุ๊ค จากที่ มี น้ำหนักมาถึง 120 กิโล แต่ผ่านไป 1 ปี กลับมาพร้อม นน. 60 กิโล ก็เลยบอกกับตัวเองว่า ขนาดน้องเค้าทำได้เราก็ต้องทำได้สิ ก็เลยทักแชทคุยกับน้องว่าทำยังไงถึงลดได้ขนาดนี้  แต่บอกก่อนเลยว่า ก่อนจะเจอน้องอยากจะลองกินยาลดน้ำหนัก แต่ทีนี้แม่ไม่อนุญาต ก็เลยตัดสินใจขอแม่เข้าฟิตเนส

ก่อนเริ่มเข้าฟิตเนส 1 อาทิตย์ ฝึกตัวเองโดยที่ไม่กินข้าวเย็น  แล้วเริ่มสมัครเล่นฟิตเนสจริงจัง วันที่16 มกราคม 56 เล่นมาเดือนแรก อดทน บอกกับตัวเองว่าตั้งเป้าหมายไว้ 10 กิโลนะ ต้องทำให้ได้ พอเดือนแรกทำได้ ก็เหมือนเป็นกำลังใจการลดน้ำหนักต่อไป พอน้ำหนักเริ่มลดก็รู้สึกว่าร่างกายของตัวเองเบาขึ้น พอผ่านไป 3 เดือน นน.ลงไปเกือบ 25 กิโล

ด้วยความที่อยากผอมก็เข้าฟิตเนสทุกวัน  จน 7-8 เดือน  ลด น้ำหนักมาได้ 62 กิโล ก็ขึ้นๆลงๆ  แล้วก็ไม่ได้ไปฟิตเนสอีกเลย เนื่องจากทำกิจกรรม

พอครบ 1 ปี ของการลดน้ำหนัก ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ในการใช้ชีวิตรู้สึกตัวเองเบากว่าเมื่อก่อน การแต่งตัวใส่เสื้อผ้าจากปกติที่เคยใส่ 2XL ไซส์พิเศษมา ตอนนี้ เป็น M,L เวลาทำอะไรไม่อึดอัด กระฉับกระเฉงมากขึ้น

กว่าจะประสบความสำเร็จมาขนาดนี้ แรกๆบอกเลยว่าอยากร้องไห้บ่อยมาก รู้สึกว่ามันท้อและถึง เหนื่อยมาก ขนาดนี้ เพราะเป็นคนที่ไม่ชอบออกกำลังกายเลย แต่คิดว่า การออกกำลังกายก็เหมือนการเดินขึ้นภูเขาลูกหนึ่ง ที่เมื่อเราไปยืนบนยอดสูงสุดแล้วมองลงมาเราก็จะพบแต่สิ่งที่มีความสวยงาม แต่กว่าเราจะถึงยอดเขา ลูกนั้น อยากบอกว่ามีทั้งอุปสรรค ความเหนื่อยและท้อสุดๆ  ถ้าเราอดทน  เราก็จะผ่านอุปสรรคนี้มาได้ อย่างไม่กลัวอะไร

ถือว่าเป็นความสำเร็จที่เกินความคาดหมายของหนูนะค่ะ ที่สามารถบอกลาอดีตตัวเองได้ และหนูตั้งใจว่าจะฟิตหุ่นให้คงที่แบบนี้ต่อไปค่ะ แต่การลดน้ำหนักบอกได้ว่าทั้งหักโหม ลองผิดลองถูกมาเยอะ มีเป็นลม เวียนหัว แม้กระทั้งเป็นโรคกระเพาะ จนโทรมมาก แต่ทางที่ดี ควรดื่มน้ำเยอะๆ การลดน้ำหนักควรทานอาหารที่มีประโยชน์ และครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายเป็นประจำ จะดีที่สุดค่ะ

สุดท้ายหากเพื่อนๆคนไหนอยากปรึกษาพูดคุยเกี่ยวกับการออกกำลังกายลดน้ำหนักมาคุยกันได้ค่ะที่https://www.facebook.com/amying.mc 

cr. ม.นอร์ทกรุงเทพ

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : แรงบันดาลใจมี หนักแค่ไหน ก็เปลี่ยนแปลงได้ เธอลดน้ำหนักจาก 115 เหลือ 63 กก.