สอนทำครีมกันแดด ภายใต้แบรนด์ตัวเอง รับจำนวนจำกัด

เปิดอ่าน 716 views

อบรมทำครีมกันแดด ภายใต้แบรนด์ตัวเอง

เนื้อแบบเคาน์เตอร์แบรนด์

โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องสำอางจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

เปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

***หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ***

  1. ผู้ที่สนใจอยากผลิตครีมกันแดด ภายใต้แบรนด์ตัวเอง
  2. ผู้ประกอบการรับจ้างผลิต (OEM) ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
  3. ผู้ที่สนใจพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง อาทิ นักวิจัย เจ้าหน้าที่ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (Regulation Affair  เครื่องสำอาง)
  4. เจ้าของกิจการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
  5. นักวิทย์ฯในทีมวิจัยและพัฒนาสูตรตั้งต้นผลิตภัณฑ์ (RD. Research and Development ), เภสัชกรเครื่องสำอาง และความงาม, บุคลากรด้านสาธารณสุข

***ขอบเขตการเรียนการสอนในหลักสูตรนี้****

  1. รู้พื้นฐานการพัฒนาสูตรตั้งต้นของครีมกันแดดได้ตรงความต้องการของตลาด
  2. ฝึกปฏิบัติการตั้งสูตร ( สูตรกันน้ำ, สูตรไม่กันน้ำ ฯลฯ) และ ผลิตครีมกันแดดจริงในห้องเรียนปฏิบัติการ
  3. ได้รับองค์ความรู้ของสูตรตั้งต้นเป็นของตนเอง  สามารถประยุกต์ต่อยอดในเครื่องสำอางที่ต้องใส่ส่วนผสมของสารกันแดดอื่นๆได้
  4. ได้ไอเดียในการที่จะผลิตและพัฒนาสูตรของครีมกันแดด ที่เหมาะสมและตรงความต้องการของตลาดที่ผู้เรียนสนใจ

สถานที่อบรม : บจก.เค เอส คอสมิทอลโลจี ประเทศไทย            
305 ถ.ศรีสมาน ดอนเมือง ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120

สถานที่ใกล้เคียง :โรบินสันศรีสมาน, สน.ปากเกร็ด ,รร.หอวังนนทบุรี, สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์

ลงทางด่วน ปากเกร็ดศรีสมาน

***สิ่งที่คาดว่าผู้เรียนจะได้รับ***

ผู้เรียน (ประกอบการและผู้ที่สนใจ) ในวงการธุรกิจเครื่องสำอางทราบพื้นฐานการพัฒนาสูตรครีมกันแดดได้ตรงกับความต้องการของตลาด ได้รับสูตรกันแดดที่สามารถไปต่อยอดในการพัฒนาสูตรกันแดด และสามารถผลิตครีมกันแดดออกสู่ตลาดได้

****สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่****

บริษัท เค เอส คอสมิทอลโลจี (ประเทศไทย) จำกัด 99/129 ถ. ปทุมสามโคก ต. บางปรอก อ. เมืองปทุมธานี จ. ประทุมธานี 12000

Brand Manager Tel: 083-007-8589, Line ID: careandliving 

KS Cosmetology (Thailand) Co.,Ltd.
99/129 Chatluang Village 9, Phathum-Samkhok Rd.
T. Bangprog Muangphathumtani Phathumthani 12000

ประโยชน์ของครีมกันแดด
         

ช่วยปกป้องการทำลายเซลล์ผิวหนัง จากรังสีอุลตร้าไวโอเลตในแสงแดด ซึ่งเป็นต้นเหตุของมะเร็งผิวหนัง และยังทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีใต้ผิวหนัง ในคนเอเชียโอกาสที่จะเกิดมะเร็วผิวหนังมีไม่มากนัก ดังนั้นการใช้ครีมกันแดด จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกัน การเกิดจุดด่างดำบนผิวหนังมากกว่า

ประเภทของครีมกันแดด
         

ครีมกันแดดมีทั้งหมด 3 ประเภท ดังนี้คือ

         

1. Chemical Sunscreen
         

เป็นครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารเคมี ทำหน้าที่ปกป้องแสงแดด โดยการดูดซับรังสีแสงแดดเข้าไว้ในผิว ซึ่งหลังจากโดนแดดสักพัก สารเคมีเหล่านี้ก็เสื่อมสภาพ นั่นคือสาเหตุที่เราจึงต้องทาครีมกันแดดทุกๆ 2-3 ชั่วโมง การเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ ซึ่งมีส่วนผสมของสารเคมีปริมาณมาก อาจเกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังโดยเฉพาะคนที่มีผิวแพ้ง่าย 
         

2. Physical Sunscreen
         

เป็นครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสาร ที่สามารถสะท้อนรังสี UVA และ UVB ออกไปจากผิวหนัง ซึ่งสารในกลุ่มนี้จะมีผลระคายเคืองต่อผิวหนัง น้อยกว่าสารในกลุ่มแรก แต่มีข้อด้อยคือ ครีมกันแดดประเภทนี้ไม่สามารถให้ SPF ที่สูงๆ ได้ และเมื่อทาบนผิวหนังแล้ว หน้าจะดูขาวมาก เนื่องจากสารจะเคลือบบนผิวหนังชั้นบน เพื่อรอแสงกระทบ จึงมีการดูดซึมสู่ผิวน้อย
         

3. แบบผสม Chemical-Physical Sunscreen
         

เป็นการเสริมข้อดี ลดข้อด้อยในแต่ละส่วน นั่นคือ ลดการระคายเคืองต่อผิวหนัง จากสารประเภทสารเคมี และลดความขาวเมื่อทาครีม และเสริมประสิทธิภาพ ในการป้องกันแสงแดดร่วมกัน

ส่วนผสมในครีมกันแดด สามารถแบ่งตามสารออกฤทธิ์ได้ดังนี้
         

  1. สารออกฤทธิ์กลุ่มสารเคมีที่ป้องกัน UVA ได้แก่ Oxybenzone, Sulisobenzone, Dioxybenzone, Avobenzone, Merxoryl sx
  2. สารออกฤทธิ์กลุ่มสารเคมีที่ปัองกัน UVB ไ้ด้แก่ Aminobenzoic acid (PABA), Homosalate, Cinoxate, Octyl methoxycinnamate, Octyl salicylate, Padimate O, Phenylbenzimidazole sulfonic acid, Trolamine salicylate, Methyl anthralinate
  3. สารออกฤทธิ์กลุ่ม Physical เป็นสารกันแดดที่สะท้อนแสงที่ป้องกันทั้ง UVA และ UVB ได้แก่ Titanium dioxide, Zinc Oxide

แนะนำครีมกันแดด แบรนด์ดังๆ Sunscreen Products

วิธีเลือกซื้อครีมกันแดด    

ในแสงแดดมีรังสีอยู่หลายชนิด ที่รู้จักกันดีก็คือ อุลตราไวโอเลต (UV) ซึ่งรังสีนี้จะถูกดูดซับโดยชั้นโอโซน มีแค่ UVAและ UVB ที่ลงมาถึงพื้นโลก ซึ่งรังสีทั้ง 2 ชนิดนี้มีผลต่อผิวหนังโดยเฉพาะ UVA มีผลทำให้เกิด กระ ฝ้า เหี่ยว แก่ก่อนวัย UVB มีผลทำให้เกิดการ แดง แสบ ไหม้ ของผิวหนัง และรังสีทั้ง 2 ชนิดนี้ยังทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งจะทำลายโปรตีนพันธุกรรมทำให้เกิดเนื้องอกผิวหนังได้

         

วิธีเลือกซื้อครีมกันแดด
         

  1. SPF (Sun Protective Factor) ซึ่งเป็นตัวบอกว่า ป้องกัน UVB ได้กี่เท่าส่วน UVA ยังไม่มีค่ามาตรฐาน ปัจจุบันนิยมใช้ PA และเครื่องหมาย + ปกติคนไทยมีผิวคล้ำซึ่งเม็ดสีสามารถป้องกัน UVB ได้บ้างแล้ว ดังนั้น SPF มากกว่า 15 และ PA++ ขึ้นไป ก็เพียงพอ 
  2. ดูที่กิจกรรม ถ้าออกกำลังกลางแจ้ง มีเหงื่อ ว่ายน้ำ ทำงานกลางแดด ต้องใช้ SPF ที่สูงขึ้นและเลือกประเภทที่กันน้ำได้ (Water Proof หรือ Water Resistance)
  3. ปริมาณ ควรใช้ปริมานที่ไม่น้อยเกินไป เพราะสารเคมีอาจทำปฏิกิริยากันทำให้ลดคุณภาพลงไป
  4. จำนวนครั้งที่ทาต่อวัน ก็สำคัญ ถ้าอยู่ในออฟฟิศ ห้องแอร์ วันละครั้งก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องทำงานกลางแดด โดนลม อาจจะทาเติม ถ้าว่ายน้ำต้องทาทุก 2-3 ชั่วโมง
  5. ทาแล้วก็ต้องเลี่ยงแดดด้วย ใส่แว่น ใส่หมวก เนื่องจากครีมกันแดดไม่ได้กันได้ 100 %
  6. ยี่ห้อ ราคา ไม่สำคัญ ขอให้มีคุณสมบัติครบ ไม่มีปฏิกิริยาต่อผิวหนัง เช่น คัน ผื่น
  7. อาหาร อย่าลืมทานอาหารที่มีความสามารถ กำจัดอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน เกลือแร่ ในผักทุกชนิด และผลไม้ด้วย

วิธีเลือกใช้ครีมกันแดด

สำหรับคนเอเชีย เช่น คนไทย ซึ่งไม่นิยมผิวคล้ำ และการอาบแดด การป้องกันอันตรายจากแสงแดดที่ดีที่สุดคือ การหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ในช่วงเวลา 9.00-15.00 น., สวมเสื้อผ้าปกคลุมมิดชิด, แว่นกันแดด, หมวกปีกกว้าง, หรือกางร่มเสมอ แต่ในกรณีที่ทำงาน หรือเล่นกีฬากลางแจ้ง, เด็ก หรือการท่องเที่ยวทางน้ำ มีความจำเป็นต้องใช้ยากันแดด ควรเลือกดังนี้
          

  1. ที่มีค่า SPF สูงกว่า 15 
  2. มีสารเคมีที่กัน UVA ได้ดีอย่างน้อย 2 ชนิด เช่น Oxybenzone + TiO2 หรือ Parsol 1789 + ZnO เป็นต้น
  3. กันน้ำได้ ( water resistance, หรือ water proof)
  4. มีการทดลองว่า ไม่สลายจากแสง (photo stable) 

         

ควรทายากันแดดให้หนาเพียงพอ 15 นาที ก่อนอยู่กลางแดด และอาจทาซ้ำทุก 15 นาที หลังจากทาครั้งแรก หรือทุก 1-2 ชม. ถ้าว่ายน้ำ หรืออยู่กลางแดดจัด เนื่องจากการทายากันแดดซ้ำ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการกันแดด ได้อีก 2-3 เท่า เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่ มักทายากันแดดในปริมาณน้อยกว่าที่ควร
         

สำหรับการใช้ยากันแดด ประจำวัน ในผู้ที่ทำงานในร่ม และใช้เวลานอกอาคาร หรือรถยนต์ เฉพาะช่วงเช้า ก่อน 9 นาฬิกา และหลังจาก 15 นาฬิกา อาจไม่มีความจำเป็น เนื่องจากแสง UVB, UVA สามารถผ่านกระจกรถ ที่ติดฟิล์มกรองแสง ได้น้อยกว่า 5% และแสง UV ในช่วงเวลาเช้าตรู่ และเย็น มีปริมาณน้อย

วิธีทดสอบการแพ้ครีมกันแดด

         

ให้ทาครีมกันแดดบริเวณใต้ท้องแขนทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วสังเกตว่ามีอาการบวม แดงหรือไม่ ถ้าปรากฏอาการดังกล่าวแสดงว่าแพ้สารเคมีชนิดหนึ่ง อย่างไรก็ตามคนบางประเภท (delay sensitivity) จะใช้เวลานานกว่าจะปรากฏอาการแพ้ ดังนั้นจึงควรรอดูอาการถึง 24 ชั่วโมง หรือ 72 ชั่วโมง จึงจะสรุปได้ว่าไม่มีอาการแพ้จริงๆ 

         

ครีมกันแดดที่กันน้ำได้ เลือกที่มีส่วนผสมของ Silicone หรือระบุในฉลากว่ากันน้ำได้ มีวิธีการทดสอบด้วยตนเองโดยทาครีมให้ทั่วแขนแล้วจุ่มแขนลงน้ำแล้วยกแขนขึ้นมา น้ำจะไหลลงจากแขนไปหมด โดยไม่มีน้ำเกาะติดกับผิวเหมือนที่ไม่ได้ทาครีมกันแดด

เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิว

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกครีมกันแดดที่เหมาะสมกับผิวของตนเองเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะผิวแต่ละชนิดเหมาะกับครีมกันแดดแตกต่างกัน 
         

  1. ผิวขาวแบบชาวยุโรป เป็นผิวบางมาก เกิดผิวไหม้ง่ายมากหลังสัมผัสกับแสงแดด จึงจำเป็นต้องใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ๆ (SPF 45-60) 
  2. ผิวขาวอมชมพูในคนเอเชีย ผิวชนิดนี้บอบบางมาก เกิดผิวไหม้ได้ไว เกิดผิวสีแทนได้ ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ค่อนข้างสูง (SPF 30-45)
  3. ผิวขาวเหลืองในคนเอเชีย ผิวชนิดนี้บางแต่ยังมีเมลานินอยู่บ้างจึงสามารถทนต่อแสงแดด การเกิดผิวหนังร้อนแดงได้ช้ากว่าผิว 2 ชนิดแรก ควรเลือกครีมกันแดดชนิดที่มีค่า SPF ปานกลาง (SPF30)
  4. ผิวคล้ำ มีเมลานินสูง ผิวสีน้ำตาลไม่เกิดการไหม้ ไม่เกิดสีแทน ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF ต่ำ (SPF 15)

SPF ค่าสูงป้องกันได้นานกว่า ไม่ใช่ป้องกันได้ดีกว่า 

         

ความเป็นจริงแล้วค่า SPF (Sun Protection Factor) บ่งบอกถึงระดับความยาวนานของการป้องกันแสงแดดโดยไม่ทำให้ผิวร้อนแดง โดยค่าสูงสามารถปกป้องได้ยาวนานกว่าค่าต่ำ ทำให้ไม่ต้องทาครีมบ่อย

         

สำหรับผู้ผิวขาวชนิดที่ 1-3

          – ครีมกันแดดที่มี SPF 15 ป้องกันผิวก่อนร้อนแดงได้นาน (15 x 5) = 75 นาที หรือ 1 ชั่วโมง 15 นาที
          – ครีมกันแดดที่มี SPF 30 ป้องกันผิวก่อนร้อนแดงได้นาน (30 x 5) = 150 นาที หรือ 2 ชั่วโมง 30 นาที
          – ครีมกันแดดที่มี SPF 60 ป้องกันผิวก่อนร้อนแดงได้นาน (60 x 5) = 300 นาที หรือ 5 ชั่วโมง 
         

สำหรับผู้มีผิวคล้ำ ชนิดที่ 4


          – ครีมกันแดดที่มี SPF 15 มีระยะเวลาที่ทำให้ผิวร้อนแดง(15 x 15) = 225 นาที หรือ 3 ชั่วโมง 45 นาที

          – ครีมกันแดดที่มี SPF 30 ป้องกันผิวก่อนร้อนแดงได้นาน (30 x 15) = 450 นาที หรือ 7 ชั่วโมง 30 นาที
          – ครีมกันแดดที่มี SPF 60 ป้องกันผิวก่อนร้อนแดงได้นาน (60 x 15) = 900 นาที หรือ 15 ชั่วโมง

cr. guru.sanook.com

TAGS ที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : สอนทำครีมกันแดด ภายใต้แบรนด์ตัวเอง รับจำนวนจำกัด