ปิดเมนู
หน้าแรก

5 เหตุผลทำไมแคมปิ้งจึงกลายมาเป็นเทรนด์ของคนยุคนี้

เปิดอ่าน 13 views

5 เหตุผลทำไมแคมปิ้งจึงกลายมาเป็นเทรนด์ของคนยุคนี้

Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

มีรายงานของสโมสรยานยนต์ในยุโรป ระบุว่าการท่องเที่ยวในรู ปแบบแคมปิ้งนั้นได้รับความนิ ยมเพิ่มมากขึ้นนับตั้งแต่ปี 2006 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเยอรมนี การท่องเที่ยวในลักษณะนี้เพิ่ มขึ้นมากถึง 2.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

เช่นเดียวกับในเมืองไทย ที่การท่ องเที่ยวกลางแจ้ง ออกไปนอนเต็นท์สัมผัสกับชีวิตที่ ติดดิน มองท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่ไร้ แสงจากตัวเมืองรบกวน ตื่นมาพบกับทะเลหมอกหรือเสี ยงคลื่นในยามเช้า กลายเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ มาแรงที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ถึงขนาดมีงานแสดงสิ นค้าที่เกี่ยวกับแคมปิ้งในศูนย์ จัดแสดงสินค้าใหญ่ ๆ ปีหนึ่งอย่ างน้อยสองครั้ง

ยิ่งในสถานการณ์ที่มี โรคระบาดเช่นในปัจจุบัน การท่ องเที่ยวแบบแคมปิ้ง กลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ ต้องการท่องเที่ยวโดยไม่ต้องเสี่ ยงกับการเจอผู้คน หรือเข้าพักในสถานที่พักที่ไม่แน่ ใจในการจัดการ

หากแต่การที่แคมปิ้งได้รั บความนิยมนั้น ส่วนหนึ่งน่ าจะมาจากเหตุผล 5 ข้อที่ทำให้คนที่ได้ออกไปตั้ งแคมป์ติดใจ และ เหตุผลทั้ง 5 ข้อนั้นก็เป็นสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางทั้งหลาย หันมาสำรวจความต้องการที่แท้จริ งของการพักผ่อนกันมากขึ้น

1. ความทรงจำในวัยเยาว์นั้ นสวยงามเสมอ

ผู้คนเกือบส่วนใหญ่ ต้องเคยใช้เวลาในการท่องเที่ ยวแบบแคมปิ้งกันมาบ้าง อย่างน้อยก็สักหนึ่งคืน เอาเป็ นว่าคนในช่วงอายุ 25-55 ปี ทั้งที่ยังเป็นวัยรุ่นหรือเข้ าสู่วัยของคนเป็นพ่อแม่แล้ว ต่างต้องเคยผ่านประสบการณ์แคมปิ้ งกันมาบ้าง แน่นอนว่าการได้หวนระลึกถึงค่ำ คืนรอบกองไฟ และนั่งมองท้องฟ้าที่ไม่มีแสงสว่ างไฟฟ้ามาบดบัง ยังคงเป็ นภาพประทับใจของใครหลายคน

และด้วยเหตุผลนี้ทำให้คนเป็นพ่ อแม่ในปัจจุบันก็อยากสร้ างความทรงจำกับครอบครัวตัวเอง คนที่เข้าสู่วัยทำงานอยากก็ หวนระลึกถึงค่ำคืนอันแสนสนุกอยู่ เสมอ ดังนั้นการกลับไปเที่ยวแคมปิ้งก็เหมือนได้กลับไปสู่ช่วงเวลาวั ยเยาว์ และ การตั้งแคมป์ยังคงเป็นเรื่องที่ ไม่เคยตกยุค ไม่ว่าเทคโนโลยีจะพั ฒนาไปขนาดไหน แต่ความเป็นมนุษย์ก็ยังคงคิดถึ งธรรมชาติอันเป็นต้นกำเนิ ดของพวกเขาอยู่ดี

2. แคมปิ้ง คืออิสระที่อยู่ ในขอบเขตของความพอดี

ทุกวันนี้ผู้คนในสังคมต่างต้ องแบกรับภาระและความกดดัน ทั้งจากการติดต่อสื่อสาร โซเชียลมีเดีย การเรียน การทำงาน พวกเขามักจะคิดถึงสถานที่หลบซ่ อนเพื่อที่จะเป็นตัวของตั วเองได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ และการท่องเที่ยวในรูปแบบแคมปิ้งดูจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่ สุด หลายคนที่ออกไปตั้งแคมป์ในวั นหยุด มักพูดเหมือนกันว่าเป็ นการออกมาหาธรรมชาติ และประสบการณ์ใหม่ ๆ

จากชีวิตที่แสนจะจำเจ หน้าคอมพิวเตอร์ หรือการทำงานแบบซ้ำเดิมทุกวัน เพราะการไปเที่ยวแบบแคมปิ้งนั้ นจะแตกต่างจากการไปนอนโรงแรม ที่คุณต้องตื่นมาเจ็ดโมงเช้าเพื่ อกินอาหารเช้าและออกไปเที่ยว แต่การตั้งแคมป์คื อการผจญภัยในทุกขั้ นตอนของการเดินทาง เหนืออื่นใดคือการได้อยู่กั บครอบครัวกับเพื่อนฝูงตลอดเวลาของการเดิ นทาง ทำให้ได้พูดคุยได้ปรับทำความเข้ าใจกัน และได้เห็นตัวตนของกันและกันมากยิ่ งขึ้น

3. แคมปิ้งในปัจจุบันไม่จำเป็นต้ องเสียสละความสะดวกสบาย

ก่อนหน้านี้การท่องเที่ ยวในแนวทางเพื่อรักษาสุ ขภาพกายและสุขภาพใจได้รับความนิ ยมอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง แต่ในปัจจุบันการท่องเที่ ยวแบบแคมปิ้งกลายเป็นการท่องเที่ยวที่ช่ วยเยียวยาจิตใจได้เป็นอย่างดี เพราะการท่องเที่ยวแบบแคมปิ้ งในปัจจุบันไม่ได้หมายความว่าคุ ณต้องออกไปลำบากตรากตรำ นอนกลางดินกินกลางทรายเหมื อนในนวนิยายผจญภัยอีกต่อไป เพียงแค่คุณต้องจัดของก่ อนออกไปแคมปิ้งให้เรียบร้อยเท่ านั้น

ปัจจุบันการออกทริปแคมปิ้งได้รั บความนิยมมากจนทำให้เกิดการเปิ ดพื้นที่เพื่อให้คนเมืองได้ ไปใช้กางเต็นท์ หรือแม้แต่พื้นที่สำหรั บการจอดรถบ้านในการกางเต็นท์ ขณะเดียวกันความสะดวกสบายของอุ ปกรณ์แคมปิ้งปัจจุบันก็ทำให้ หลายคนได้สนุกกับการออกแคมป์เสี ยด้วยซ้ำ

ยิ่งในปัจจุบันมีทางเลือกที่เรี ยกว่า Glamping อันเป็นคำที่ผสมระหว่าง Glamourous กับ Camping เข้ามาไว้ด้วยกัน ซึ่งหมายถึงการออกแคมป์ที่เต็มไปด้ วยความสะดวกสบายและทุกอย่างเหมื อนในภาพฝันที่ทุกคนคิดเอาไว้ ซึ่งทางเลือกที่มีมากขึ้นทำให้ การออกแคมป์ในปัจจุบันกลายเป็ นเรื่องที่หลายคนยินดีที่จะไปกั น

4. แคมปิ้ง เป็นการท่องเที่ยวที่มีค่าใช้จ่ ายไม่สูงและเป็นอีกหนึ่งทางเลื อกที่จะทำให้เจอกับธรรมชาติสวย ๆ

แม้ว่าจะมีแคมปิ้งประเภท Glamping แต่พื้นฐานของการกางเต็นท์จริ ง ๆ แล้วคือการท่องเที่ยวที่มีค่ าใช้จ่ายไม่สูงนัก เพราะคุณไม่ต้องเสียค่าที่พัก ค่าอาหาร หากแต่เป็นการกางเต็นท์นอนในพื้ นที่ที่อาจจะต้องเสียค่าบำรุงบ้ าง ส่วนเต็นท์ที่เอามาใช้งานนั้น ก็จะเป็นการลงทุนเพียงครั้งเดี ยว และยังเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ ทำให้การท่องเที่ยวแบบนี้ได้รั บความนิยมและยังคงไม่ตกยุค

5. แคมปิ้งคือการจุดความเป็นนักผจญภัยในตัวคุณ

ชีวิตปกติของคนส่วนใหญ่คื อการทำกิจวัตรซ้ำ ๆ ในทุกวัน บางครั้งก็หมายถึงการต้องพึ่ งพาช่าง หรือคนที่มี ความสามารถเฉพาะทางในการจัดการ คุณจะรู้สึกว่าบางครั้งไม่ สามารถพึ่งพาตนเองได้ แต่การไปเที่ยวแบบแคมปิ้ง คุณต้องทำทุกอย่างด้วยตนเอง ตั้ งแต่กางเต็นท์ ดูแลความปลอดภัยให้ตนเองและคนที่ ร่วมเดินทาง ไปจนถึงการทำอาหารจากอุปกรณ์สนาม ทั้งหมดนี้จะทำให้คุณได้ใช้สั ญชาตญาณในการเอาตัวรอดของมนุษย์  และทำให้คุณรู้สึกมีความภาคภูมิ ใจในตนเองมากขึ้น

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : 5 เหตุผลทำไมแคมปิ้งจึงกลายมาเป็นเทรนด์ของคนยุคนี้