ปิดเมนู
หน้าแรก

20 อาหารเสี่ยงสุขภาพในชีวิตประจำวัน ที่หลายคนพึ่งรู้ ถึงกับตกใจ !!

เปิดอ่าน 294 views

20 อาหารเสี่ยงสุขภาพในชีวิตประจำวัน ที่หลายคนพึ่งรู้ ถึงกับตกใจ !!

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-cover-01-700x360

การยึดติดกับอาหารแบบใดแบบหนึ่งมากเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายเราเสมอ ไม่ใช่เฉพาะกับอาหารให้โทษที่เราต่างรู้กัน เพราะแม้แต่อาหารธรรมดาๆ ในชีวิตประจำวันที่เราเชื่อว่ามีคุณค่าทางโภชนาการก็อาจจะไม่ดีจริงหรือถึงขนาดให้โทษได้ เมื่อเรากินในปริมาณมากไป และ 20 อาหารต่อไปนี้ ก็คือ อาหารเสี่ยงในชีวิตประจำวันในจำนวนเหล่านั้น…

 

1 ต้นอ่อนข้าวสาลี

สมาคมนักกำหนดอาหารของอังกฤษเผยว่า น้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลีไม่ได้ดีอย่างที่คิด เพราะยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนคำกล่าวอ้างในเรื่องของการป้องกันการอักเสบหรือการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง และถ้าเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ น้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลีก็ไม่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าผักโขมหรือบรอกโคลีด้วย

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-5
2 สลัดสำเร็จรูป

สลัดสำเร็จรูปไม่ได้ช่วยทำให้สุขภาพดี เพราะเป็นสลัดที่มีปริมาณแคลอรีสูง แถมน้ำสลัดที่ให้มาก็มีปริมาณน้ำตาลสูงด้วย แลมเบิร์ตจึงแนะนำให้เช็ครายการส่วนผสมในฉลากที่แปะอยู่บนสลัดแต่ละกล่อง แล้วค่อยเลือกซื้อมากิน

3 อินทผลัม

แลมเบิร์ตบอกว่า “กินแค่วันละสามเม็ด ปริมาณน้ำตาลที่ร่างกายได้รับก็สูงแล้ว นี่ยังไม่รวมส่วนที่ใช้เป็นส่วนผสมในอาหารว่างประเภทธัญพืชอัดแท่ง ‘เพื่อสุขภาพ’ ที่ทำกินเองเลย และในกรณีที่ผู้ผลิตใช้เป็นสารให้ความหวานตามธรรมชาติในผลิตภัณฑ์ต่างๆ อัตราส่วนของปริมาณกากใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อปริมาณน้ำตาลฟรุคโตสก็ยังต่ำมากด้วย”

4 ถั่ววาซาบิ

จัดเป็นถั่วที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการเลยและมีผลต่อสุขภาพไม่ต่างจากช็อกโกแลตหนึ่งชิ้นเล็กๆ เพราะเป็นถั่วที่ผู้ผลิตนำมาเคลือบน้ำมันและผงวาซาบิ ซึ่งทำจากน้ำตาล เกลือและสารเคมี แลมเบิร์ตจึงแนะนำให้ซื้อถั่วอบรวมมิตรมากินแทน เพราะกินเป็นอาหารว่างได้เหมือนกัน แต่มีปริมาณน้ำมันและน้ำตาลต่ำกว่า

5 แครอตดิบ

ใครๆ ก็รู้ว่าแครอตดิบเหมาะที่จะกินเป็นผักจิ้มฮัมมุส แต่ถ้านำไปผัดเนย แครอตกลับให้คุณค่าทางโภชนาการมากกว่า “แครอตดิบมีเบต้าแคโรทีนแค่ประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์” บาร์นาร์ดบอก “แต่ถ้านำไปผัดโดยใช้เนยคุณภาพดี ตัวเลขนี้จะเพิ่มเป็นสิบเท่าเลยทีเดียว”

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-2

6 น้ำมันมะพร้าว

ถึงจะยังไม่ค่อยมีผลวิจัยที่เชื่อถือได้ในเรื่องประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว แต่เราก็รู้ว่าถ้าเทียบกันกรัมต่อกรัม น้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษมีปริมาณแคลอรีต่ำกว่า และมีปริมาณ “ไขมันดี” สูงกว่า โดยเฉพาะยี่ห้อที่ทำจากมะกอกกรีกซึ่งมีปริมาณสารโพลีฟีนอลที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันสูงที่สุด

7 ผักเคล

“ผักเคลอุดมด้วยวิตามินเอ บี 6 ซีและเค” แลมเบิร์ตยอมรับ “แต่ผักชนิดนี้ก็มีปริมาณราฟฟิโนสสูงเช่นกัน ซึ่งน้ำตาลชนิดที่ย่อยยากนี้อาจจะทำให้ท้องอืด สารกอยโตรเจนในใบยังอาจขัดขวางการดูดซึมไอโอดีนในต่อมไทรอยด์จนทำให้มีอาการอ่อนเพลียและน้ำหนักตัวเพิ่มด้วย”

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-8

น้ำส้มคั้น

ข้อมูลใน Fat Chance ของ ดร.โรเบิร์ต ลัสติก และผลวิจัยที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2013 ชี้ว่าน้ำส้มคั้นไม่ได้มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างที่เราเคยเชื่อกัน เพราะเป็นเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง ไม่มีใยอาหาร แถมมีปริมาณแคลอรีสูงกว่าเบียร์เสียอีก คุณจึงควรจะกินส้มเป็นลูกๆ

9 เก๋ากี้

หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ว่าเก๋ากี้หรือโกจิเบอร์รีช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของสมอง ช่วยป้องกันโรคหัวใจและมะเร็ง รวมถึงช่วยเพิ่มอายุขัย ทว่ายังไม่ผ่านการรับรองจากสมาคมนักกำหนดอาหารของอังกฤษ ฉะนั้นคำแนะนำก็คือ “คุณควรจะกินผักผลไม้หลายๆ ชนิด ไม่ใช่ทุ่มเงินให้กับผักผลไม้แค่ชนิดเดียวที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่ามีประโยชน์จริงอย่างเก๋ากี้”มากกว่า

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-9

10 แตงกวา

แม้จะมีปริมาณแคลอรีต่ำ แต่แตงกวาก็เป็นผักที่มีโพแทสเซียม แมกนีเซียมและวิตามินซีไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่ควรบริโภคในแต่ละวัน ถ้าไม่อยากเสียเวลาเคี้ยว คุณควรจะเลิกใส่แตงกวาในแซนด์วิช แล้วเปลี่ยนมาใส่ใบเพอร์สเลนแทน เพราะนอกจากอุดมด้วยกรดไลโนเลนิกซึ่งดีต่อสุขภาพหัวใจ ผักชนิดนี้ยังมีปริมาณเบต้าแคโรทีนสูงกว่าผักโขมด้วย

11 กราโนลา

“กราโนลาที่ขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตมักจะอุดมด้วยน้ำตาลในรูปของซอสเคลือบและผลไม้อบแห้งที่ใส่ลงไป” แลมเบิร์ตเตือน “ถ้าคุณซื้อมากิน ฟรุคโตสส่วนเกินจะเปลี่ยนรูปเป็นวีแอลดีแอลหรือคอเลสเตอรอลที่มีปริมาณไตรกลีเซอไรด์สูง จึงทำให้เกิดการสะสมไขมันในร่างกาย” ฉะนั้นถ้าไม่อยากให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป คุณควรจะซื้อแบบที่ไม่มีผลไม้อบแห้งและหั่นกล้วยใส่ลงไปแทน

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-15

12 น้ำมะพร้าว

“ผลวิจัยชี้ว่าการดื่มน้ำเปล่าหลังออกกำลังกายช่วยป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำได้ดีไม่แพ้การดื่มน้ำมะพร้าวเลย” แลมเบิร์ตบอก “ถึงจะมีสารอิเล็กโทรไลต์ แต่น้ำมะพร้าวก็มักจะมีปริมาณน้ำตาลสูง ถ้ากลัวว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย คุณควรจะเช็ครายการส่วนผสมในฉลากให้ดีก่อน โดยยี่ห้อที่ซื้อมาดื่มควรจะมีส่วนผสมแค่รายการเดียว นั่นคือน้ำมะพร้าว”

13 อาไซอิเบอร์รี

เราเชื่อกันว่าอาไซอิเบอร์รีมีประโยชน์มากมาย แต่กระแส “สุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ” ของผลไม้ชนิดนี้ก็ยังไม่ค่อยมีผลวิจัยรองรับ และถ้าพิจารณาในแง่ของปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ แลมเบิร์ตบอกว่า “ซื้อบลูเบอร์รีกินดีกว่า จะได้ไม่ต้องไปหาซื้ออาไซอิเบอร์รีสดถึงบราซิล”

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-3

14 แซลมอนเลี้ยง

ดร.โทมัสไม่แนะนำให้กินแซลมอนเลี้ยง ซึ่งเธอบอกว่า “ทำให้สภาวะแวดล้อมมีแต่สารมลพิษที่มีส่วนเกี่ยวโยงกับการเป็นโรคเบาหวาน” ถ้าเทียบกับแซลมอนธรรมชาติ แซลมอนที่เลี้ยงแบบเร่งโตมีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูงกว่าถึงสามเท่า (เพราะเจ้าของฟาร์มเลี้ยงด้วยอาหารปลาที่อุดมด้วยไขมัน) และมีปริมาณแคลอรีสูงกว่าถึง 40 เปอร์เซ็นต์ด้วย

15 แอปริคอตอบแห้ง

“ผลไม้อบแห้งส่วนใหญ่มีปริมาณน้ำตาลสูงกว่าผลไม้สดชนิดเดียวกันถึงสามเท่า” แลมเบิร์ตกล่าว “ด้วยขนาดที่เล็กกว่าก็จะทำให้คุณกินถึง 5 ลูก ไม่ใช่ 1 ลูกอย่างในกรณีของผลไม้สด ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้รับฟรุคโตสมากเกินไป สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ผู้ผลิตใส่ลงไปเพื่อทำให้แอปริคอตอบแห้งมีสีส้มสวยยังทำให้คนที่เป็นโรคหอบหืดแสดงอาการทันที” ฉะนั้นถ้าอยากกินแบบอบแห้งจริงๆ คนที่เป็นโรคหอบหืดก็ควรจะซื้อแบบออร์แกนิก

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-1

16 น้ำเชื่อมอากาเว

ดร.โทมัสบอกว่า “น้ำเชื่อมอากาเวมีคุณสมบัติทางเคมีคล้ายกับน้ำเชื่อมข้าวโพดชนิดฟรุคโตสสูง แต่ในขณะที่กลูโคสจะถูกนำไปใช้โดยทุกเซลล์ในร่างกาย ฟรุคโตสกลับถูกเผาผลาญโดยตับเท่านั้น” แล้วคตพอตับเริ่มทำงานหนักเกินไป ฟรุคโตสส่วนใหญ่ที่ร่างกายได้รับก็จะเปลี่ยนรูปเป็นไขมัน “เลิกกินน้ำเชื่อมอากาเว” แลมเบิร์ตแนะ “แล้วหันมากินน้ำผึ้งธรรมชาติและน้ำเชื่อมเมเปิลแท้ดีกว่า”

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-19

17 ไอศกรีมโยเกิร์ต

“ไอศกรีมโยเกิร์ตไม่ใช่ผลิตภัณฑ์นมที่ดีต่อสุขภาพ” แลมเบิร์ตกล่าว “เพราะกระบวนการแช่แข็งมักจะทำลายแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ และหลายยี่ห้อก็มีส่วนผสมของน้ำตาลไม่น้อยเลยด้วย” แลมเบิร์ตจึงแนะนำให้เพิ่มปริมาณโปรตีนที่ร่างกายจะได้รับโดยกินไอศกรีมที่มีส่วนผสมของโปรตีนเวย์แทนไอศกรีมโยเกิร์ต

18 นมอัลมอนด์

“แม้จะไม่ได้เหมารวมทั้งหมด แต่นมอัลมอนด์หลายยี่ห้อก็หวานจัดและมีคุณค่าทางโภชนาการตามธรรมชาติน้อยมาก คือถ้าไม่ใช่นมอัลมอนด์เสริมวิตามินก็จะไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรเลย” แลมเบิร์ตกล่าว ถ้าพิจารณาจากตัวเลือกที่มี คุณจึงควรจะเปลี่ยนจากผลิตภัณฑ์นมอัลมอนด์ที่ดื่มเป็นนมถั่วเหลือง ซึ่งมีปริมาณโปรตีนและแคลเซียมสูงกว่ามากทีเดียว

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-12

19 ข้าวโพดคั่ว

ข้าวโพดคั่วยังห่างไกลจากการเป็นอาหารว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการ แลมเบิร์ตบอกว่าปัญหาคือ “การใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่ทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อว่าข้าวโพดคั่วแบบหวานดีต่อสุขภาพ ทั้งๆ ที่มีปริมาณน้ำตาลและเกลือสูง บางยี่ห้อก็มีปริมาณแคลอรีพอๆ กับน้ำอัดลมอีกต่างหาก” นั่นแปลว่ากินเฉพาะตอนไปดูหนังก็พอ

20 เส้นซูกินี

“ซูกินีมีปริมาณโพแทสเซียมและวิตามินซีค่อนข้างสูง แต่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตซึ่งยังจำเป็นต่อร่างกายค่อนข้างต่ำ” แลมเบิร์ตกล่าว “เพราะสมองของมนุษย์เราใช้กลูโคสจากคาร์โบไฮเดรตในการสร้างเซโรโทนิน ถึงกรดอะมิโนทริปโตฟานในซูกินีจะมีส่วนในเรื่องนี้ แต่ถ้าไม่มีคาร์โบไฮเดรต ทริปโตฟานในเลือดก็ผ่านสู่เซลล์สมองไม่ได้”

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-13

เมื่อทราบกันแล้ว อย่าลืมเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารได้แล้วนะ มันไม่ดีต่อสุขภาพ รู้มั้ย !!

 


credit; Men’sHealth Thailand 

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : 20 อาหารเสี่ยงสุขภาพในชีวิตประจำวัน ที่หลายคนพึ่งรู้ ถึงกับตกใจ !!