ปิดเมนู
หน้าแรก

เส้นผมก็ต้องกันแดดนะ!

เปิดอ่าน 470 views

เส้นผมก็ต้องกันแดดนะ!

เส้นผมก็ต้องกันแดดนะ!

เส้นผมก็ต้องกันแดดนะ!

เราต่างรู้ดีว่าเวลาไปทะเลควรประโคมกันแดดเยอะๆ แต่เส้นผมล่ะคะ เราควรทากันแดดให้เส้นผมรึเปล่า? ถ้าไม่ได้สวมหมวก คำตอบก็คือใช่เลย! เส้นผมต้องการปราการป้องกันแสงแดด เดวิด ซาลิงเจอร์ (David Salinger) ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะจากซิดนีย์เปิดเผยว่า

“รังสียูวีทำเรื่องเลวร้ายได้ 2 ประการหนึ่ง-ทำให้เส้นใยผมฉีกขาดและอ่อนแอจนขาดหลุดร่วงสอง-ออกซิเจนจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับเม็ดสีผม (หรือที่เรียกว่าการออกซิไดซ์) ทำให้สีผมอ่อนลง ผลน่ะหรือ ทรงผมพังเหมือนหน้าร้อนปีก่อนที่คุณเกลียดมันสุดๆนั่นไง”

สรุปสั้นๆ คือ แสงแดดทำร้ายเส้นผมทำให้ผมเปลี่ยนสีแห้งเปราะและฉีกขาดหลุดร่วงง่ายครบสูตรเชียวแหละคอนโทรลความเสียหายซะตั้งแต่ตอนนี้เลย ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ดูแลผมยุคใหม่ล้วนมีเทคโนโลยีป้องกันรังสียูวีส่วนผสมดังกล่าวช่วยดูดซับรังสียูวีและป้องกันไม่ให้ยูวีเข้าไปทำลายเส้นผมอันล้ำค่า เดวิดกระซิบบอกส่วนผสมสำคัญที่ช่วยกันแดดขั้นพื้นฐานบนสลากข้างขวดนั่นคือ ButylMethoxy-dibenzoylmethane ต่อมาคือ Methoxy cinnamate,Benzo-phenone และ Octyl Salicylate ชื่อยาวเกิ๊นแต่รับรองเลยว่าเส้นผมของคุณจะรักเจ้า4 ตัวนี้แน่นอน

ผมพังเพราะแสงแดด

แฮร์สไตลิสต์ประจำตัวดาราและคนดังอย่างบาร์นีย์ มาร์ติน (Barney Martin) แนะนำว่าต้องทำให้เป็นนิสัย“คิดเสียว่าเส้นผมก็ต้องทากันแดดทุกวันเหมือนเราทากันแดดที่หน้าและตามลำตัวเมื่ออากาศร้อนขึ้นเส้นผมยิ่งเสี่ยงต่อการถูกรังสียูวี สุดอันตรายทำร้ายหากคุณไม่ใส่ใจสุดท้ายผมจะแห้งกรอบแตกปลายเกือบทั้งหัวไม่เฉพาะแสงแดดเท่านั้นนะความชื้นและน้ำทะเลก็มีส่วนทำสภาพเส้นผมและสีผมเยินด้วย

 

ดูแลเส้นผมให้ strong!

สิ่งที่ต้องทำคือรักษาสภาพรูขุมขนบนหนังศีรษะล้ำลึกจากภายในด้วยการใช้ยาสระผมประสิทธิภาพดีร่วมกับครีมนวดที่ให้ความชุ่มชื่นเป็นประจำ ครีมนวดเข้มข้นช่วยปิดเกล็ดผมชั้นนอกและซ่อมแซมตั้งแต่โคนจรดปลายผม บาร์นีย์ กระซิบเพิ่มเติมว่า
     

“ทริคดูแลผมจากภัยแดดแบบทำเองได้ทีบ้านก็คือ มาสก์หรือใช้ทรีตเมนท์แน่นๆ ที่คิดค้นมาเพื่อรักษาสภาพเส้นผมให้ดีเหมือนเดิมและช่วยต่อสู้กับตัวการทำลายผมอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ควรทำหลังสระผมโดยข้ามขั้นตอนครีมนวดผมไปได้เลยจะให้ดีควรทำแบบนี้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งรับรองว่าผมสวยสุขภาพแข็งแรงแน่นอน”

ป้องกันสีผมจางเพราะโดนแดดเผา

สาวทำผมสีอ่อนมากๆโปรดฟังให้ดีช่วงหน้าร้อนผมคุณควรได้รับการปกป้องมากกว่าสาวผมสีเข้มบาร์นีย์บอกว่า ใช้โทนเนอร์สำหรับเส้นผมและควรเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับคนทำสีผมเป็นพิเศษ มันช่วยให้สีผมเปล่งประกายเงางามและป้องกันไม่ให้ผมแห้งเสีย

อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่ : WOMEN’S HEALTH no.60 vol.3 APRIL 2016

ขอบคุณข้อมูลจาก : WOMEN’S HEALTH no.60 vol.3 APRIL 2016

ขอบคุณภาพประกอบจาก : istock

แชมพูปลูกผม ทดลองจากผู้ใช้จริง เห็นผล 100%?

ดีดีฟแฮร์โปรแชมพู สูตรธรรมชาติ ช่วยลดอาการผมร่วง

Hair Pro Shampoo

DDEEP Hair Pro Shampoo

ราคาปกติ 1,000 บาท ลดเหลือ 590 บาท

สามารถสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Tel: 083-007-8589, Line ID: careandliving

(เจ้าของร้าน)

ข้อมูลสารออกฤทธิ์ที่สำคัญ

  • Disodium Laureth Sulfosuccinate เป็นสารชำระล้างที่ให้ฟองที่ดี และมีความอ่อนโยนต่อผิวหนัง
  • Butea Superba Extract คือ สารสกัดกวาวเครือแดง ลดการหลุดร่วงของเส้นผมและช่วยกระตุ้นเซลล์รากผมให้แข็งแรงทำให้ผมงอกใหม่ใหม่เร็วขึ้น สามารถบำรุงลึกถึงรากผมให้กลับมาแข็งแรง
  • Pueraria Mirifica Extract สารสกัดกวาวเครือขาว ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผม ช่วยเพิ่มปริมาณเส้นผม ช่วยให้เส้นผมดกดำช่วยให้ผมขาวกลับคืนสภาพปกติ ป้องกันและกำจัดรังแค ป้องกันเชื้อรา
  • Tinospora Crispa Extract คือ สารสกัดบอระเพ็ด ช่วยลดอาการผมร่วง ผมหงอกก่อนไว ช่วยให้ผมดกดำหนาขึ้น ลดอาการคันหนังศรีษะ ลดรังแค

D-Panthenol ช่วยบำรุงเส้นผมและให้ความชุ่มชื้นกับหนังศีรษะ

  • Polyquaternium 67  เป็นคอนดิชั่นเนอร์ที่ช่วยเคลือบเส้นผม ให้ผมนุ่มลื่นไม่พันกัน และยังลดการหลุดร่วงของเส้นผมได้อีกด้วย ปกป้องผมจากการทำร้ายของ แสงแดดและมลภาวะได้ดี

วิธีใช้ผลิตภัณฑ์

ดีดีฟแฮร์โปรแชมพู และ ดีดีฟแฮร์โปรโทนิค

  1. แนะนำสระผมในช่วงเช้าเท่านั้น สระวันเว้นวัน

โดย ชโลมผมที่เปียกด้วย ดีดีฟแฮร์โปรแชมพู นวดขยี้หนังศรีษะเบาๆจนเกิดฟอง ทิ้งไว้สัก 1-2 นาทีเพื่อให้สาระสำคัญออกฤทธิ์ซึมไปกระตุ้นรากผม  จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด

  1. เช็ดผมให้แห้งหมาดๆ
  2. หวีแบ่งผมบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ออก แล้วสเปรย์ ดีดีฟ แฮร์โปรโทนิค ลงบริเวณนั้นและนวดเบาๆเพื่อให้โทนิค ซึมลงบนหนังศรีษะและรูขุมขน
  3. หวีผมตามปกติ

ข้อควรระวัง

  1. ควรงดใช้แชมพูที่ใช้อยู่ปัจจุบัน และควรใช้ชุดดูแลผมดีดีฟเท่านั้นเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
  2. กรณีผมยาว ควรหวีผมก่อนสระผมเพื่อลดการพันกันและการร่วงของผม ใช้ครีมนวดผมจากท้องตลาดเมื่อจำเป็นเท่านั้น
  3. บางท่านที่มีอาการแพ้ระคายเคืองจากการใช้ครีมแต่งผม หรือเจลแต่งผมทุกชนิดและมีอาการผมร่วงจากปัจจัยเหล่านี้ ควรงดใช้ครีมแต่งผม
  4. งดการ ตัดผม เปลี่ยนสีผม โกรก ไดร์ผมบ่อยๆ เพราะสารเคมีเหล่านี้ทำให้รากผมอ่อนแอและหนังศรีษะระคายเคืองได้ง่าย
  5. ไม่ควรสระผมในช่วงกลางคืน  เพราะความชื้นทำให้เชื้อราเกิดขึ้น และเชื้อราจะไปกัดกินไขมันในรากผม ทำให้รากผมอ่อนแอ หลุดร่วงง่าย
  6. สำหรับท่านที่มีอาการโรคผิวหนังบริเวณศรีษะ สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ดีดีฟร่วมได้
  7. สำหรับท่านที่ผมร่วงจากการทำคีโม ก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ดีดีฟ ได้เช่นกัน

ผลที่ได้ เมื่อใช้ชุดผลิตภัณฑ์ดีดีฟ

  1. ในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์อาการผมร่วงจะลดลง สังเกตุผมร่วงได้จากหมอนที่นอน หรือจากพื้นห้อง จะร่วงน้อยลง
  2. อาจมีอาการคันบนหนังศรีษะ ในช่วงแรก (ที่ไม่ใช่รังแค )แสดงว่าผมหรือไขมันที่อุดตันรูขุมขนเริ่มเปิด สารออกฤทธิ์ สำคัญจะเข้าไปกระตุ้นให้รากผมเริ่มงอกขึ้นมา
  3. อาจมีการหลุดร่วงของผมในช่วงแรกๆเนื่องจาก สารสำคัญจะไปกระตุ้นให้ผมที่อ่อนแอหลุดร่วงไป และกระตุ้นให้เกิดผมเส้นใหม่มาทดแทน หลังจากนั้นผมก็จะไม่ร่วง
  4. ไขมันที่เคลือบบนหนังศรีษะ อาจหลุดลอกออกมาแสดงว่า รูขุมขนเปิดมากขึ้น เส้นผมใหม่เริ่มแทงขึ้นมาจากรูขุมขน อาจมีอาการคันยิบๆแต่ไม่มีรังแค
  5. รากผมเริ่มหนาแน่นและเส้นผมยาวมากขึ้น ดกดำ เป็นธรรมชาติ และที่สำคัญเส้นผมจะแข็งแรงเมื่อใช้ต่อเนื่องผมจะกลับมาดกดำเงางาม
  6. สำหรับท่านที่มีอาการผมร่วงบางมากกว่า 6 เดือน จะเห็นผลชัดเจนเมื่อใช้ต่อเนื่อง 2-3 ชุด
  7. สำหรับท่านที่มีอาการหัวล้าน จะเห็นผลชัดเจนเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง 6 ชุดขึ้นไป
  8. ผลิตภัณฑ์เป็นสารสกัดจากธรรมชาติให้ผลลัพธ์เท่ากับตัวยาแต่ไม่มีผลข้างเคียงแม้ใช้ระยะต่อเนื่อง
  9. ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ รวมถึงการมีอายุมากขึ้น การสูบบุหรี่ ดื่มสุราหรือการทานยาบางชนิด ก็อาจเป็นปัจจัยให้เกิดผมบาง หลุดร่วง ดังนั้นควรทำจิตใจให้แจ่มใส และงดปัจจัยที่เป็นสาเหตุเหล่านั้นไป

จุดเด่นผลิตภัณฑ์ ดูแลเส้นผมดีดีฟ ที่ทดสอบจากผู้ใช้จริง

  1. ช่วยยับยั้งเอนไซม์ 5-Alpha Reductase (5-AR)
  2. ช่วยลดอาการหลุดร่วงของเส้นผม และ บรรเทาอาการโรคผิวหนังบนหนังศรีษะ
  3. กระตุ้นอัตราการเจริญเติบโตของเส้นผมใหม่
  4. เปิดรูขุมขนและเพิ่มขนาดของท่อขุมขนของเส้นผม
  5. กระตุ้นให้สารอาหารและไขมันมาหล่อเลี้ยงรากผมได้ดีขึ้น
  6. เพิ่มความหนาแน่นของรากผม ให้ผมแข็งแรง และมีปริมาณผมมากขึ้น
  7. กระตุ้นผมใหม่ให้เกิด รักษาผมเดิมให้มีสุขภาพแข็งแรง เงางามดกดำ
  8. ลดการหลุดร่วงของเส้นผมที่เกิดจากการรักษาโรคด้วยคีโมฯ
  9. เหมาะสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
  10. ไม่มีผลข้างเคียงแม้ใช้ต่อเนื่อง

ปัจจัย ผมร่วง ผมบาง ผมอ่อนแอไม่แข็งแรงและศรีษะล้าน เกิดจากอะไร?

เคยสังเกตไหมว่า? เมื่อตอนที่เราอายุยังน้อย เส้นผมบนหนังศรีษะของพวกเราจะหนาแน่น สีดำเข้ม และเจริญเติบโตได้เร็วมาก แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไป ความหนาแน่นของเส้นผมก็เริ่มลดลงไปเรื่อย ๆ เจริญเติบโตช้า และเริ่มร่วง บางลง จนกลายเป็นศรีษะล้าน หรือไม่ก็เปลี่ยนเป็นสีเทา จนกลายเป็นสีขาว

ปัญหาผมบางและหลุดร่วงนั้นมีหลายสาเหตุ และปัญหานั้นก็มากมายจนคาดไม่ถึง มีหลายทฤษฎีของนักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับอาการผมบางและผมร่วง ซึ่งมุ่งไปที่การเผาผลาญของ dihydrotestosterone (DHT) ฮอร์โมนเพศชายที่แปรรูป ทำให้รูขุมขนเกิดการหดตัวส่งผลกระทบทำให้เส้นผมลีบบางและหลุดร่วงในที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้วก็มีปัจจัยหลายอย่าง ที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นผมได้

1.DHT และ Testosterone

การทำงานของ androgen DHT และ Testosterone นั้นเป็นปัจจัยหลักของการเจริญเติบโตของเส้นผม ฮอร์โมน androgen นี้ช่วยกระตุ้นกลิ่นตัว, และการเจริญเติบโตของหนวดเคราtestosterone จะถูกเปลี่ยนเป็น DHT โดยเอนไซม์ 5-Alpha Reductase (5-AR) ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และเป็นปัจจัยหลักของอาการศีรษะล้านในผู้ชาย (อาการผมร่วงจากกรรมพันธุ์) อย่างไรก็ดี ผู้ชายหลาย ๆ คนที่มีระดับ DHT สูงก็พบว่าไม่ได้มีอาการศีรษะล้านแต่อย่างใด นักวิจัยได้ทำการสรุปว่า ปัจจัยหลักของอาการผมร่วงนั้นไม่ใช่ DHT แต่เกิดจากการที่ท่อขุมขนของเส้นผมถูกทำลาย การศึกษาวิจัยส่วนบุคคลกว่า 3,000 ชิ้นไม่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกันระหว่าง DHT กับอาการศีรษะล้าน ในขณะที่ DHT มีบทบาทหลักต่ออาการผมร่วง, การที่ภูมิต้านทานตัวเองทำลายท่อขุมขนก็อาจเป็นสาเหตุของการหยุดการเจริญเติบโตของเส้นผม นักวิจัยบางท่านมีความเห็นว่า หากท่อขุมขนของเส้นผมนั้นได้รับการดูแลให้มีสุขภาพดีขึ้น หรือคงสภาพเดิมไว้ได้ ก็เป็นไปได้ว่าอาการผมร่วงจะไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นน้อยมาก

2.ท่อขุมขนมีขนาดเล็ก

ในช่วงอายุ 15 ปี ท่อขุมขนจะทำหน้าที่ได้อย่างดี สร้างเส้นผมได้ใหญ่ หนา และอยู่ได้ประมาณ 3 ปีครึ่ง ซึ่งเรียกว่าช่วง Anagen phase (ช่วงเจริญวัยของเส้นผม) แล้วจะเริ่มหดเล็กลงประมาณ 4 เดือนก่อนจะหยุดเจริญเติบโต แล้วเข้าสู่ช่วง Telogen phase (ระยะสุดท้าย ซึ่งเซลล์รากผมจะหยุดเจริญเติบโต) เมื่อเรามีอายุมากขึ้น ช่วงเจริญวัยของเส้นผมจะสั้น ในขณะที่ช่วงระยะสุดท้ายของเส้นผมจะยาวนานกว่า และท่อขุมขนของเส้นผมจะมีขนาดเล็กลง ในช่วงของวัยเจริญเติบโตของเส้นผม จึงทำให้ผลิตเส้นผมได้เส้นเล็กลง, เส้นผมเจริญเติบโตช้าลง

3.การไหลเวียนของระบบเลือดในเส้นเลือดฝอยไม่เพียงพอ

ในการสังเคราะห์เส้นผมใหม่นั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการไหลเวียนของระดับสารอาหารสูงเพื่อไปเลี้ยงท่อขุมขน การศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างของสัตว์และพืช สังเกตได้ว่าจะมีการลดลงของหลอดเลือดแดงฝอยเมื่ออายุมากขึ้น และขนาดของท่อขุมขนที่เล็กลง แค่เพียงปัจจัยนี้ก็เป็นสาเหตุของท่อขุมขนที่เล็กลง และไม่เพียงพอในการสังเคราะห์เส้นผมขึ้นมาใหม่

4.ลดชั้นไขมันใต้ผิว

ชั้นไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเนื้อเยื่อไขมันจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น นักวิจัยได้สังเกตว่าการสะสมของไขมันรอบๆ ท่อขุมขนที่สุขภาพดี จะทำให้เส้นผมเจริญเติบโต และเข้าใจกันว่าเซลล์ไขมันเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของท่อขุมขนของเส้นผม สิ่งที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นผม เช่นการรักษาโรคด้วยการคีโม และการอดอาหาร นั้นเป็นประเด็นหนึ่งที่จะลดชั้นไขมันใต้ผิวลง และทำให้ผมหลุดร่วงหรืออ่อนแอลงไป

5.การขาดซัลเฟอร์

ในเส้นผมนั้นประกอบด้วยซัลเฟอร์ที่มีส่วนประกอบของกรดอะมิโนอยู่ 35% ในขนนกก็ยังมีระดับของกรดอะมิโนที่คล้ายกันนี้ อาหารเสริมซัลเฟอร์เช่น Methyl Sulfonyl Methane (MSM) ช่วยทำให้สุขภาพผมในมนุษย์ดีขึ้นได้

6.ผมเสียจากการยืด, ใช้ความร้อน, การกัดสี และการย้อมสีผม

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น การกระทำเหล่านี้เป็นการทำลายสุขภาพของหนังศีรษะและท่อขุมขน หนังศีรษะถูกทำลายโดยการยืดผม, ทำสีแบบถาวร, การย้อมสี และการใช้ความร้อนสูงในการเป่าไดร์ผม รวมถึงการทรีทเม้นต์ผมด้วยน้ำมัน hot oil ก็จะเป็นการบ่มความร้อนให้ผมอย่างแท้จริง และจะทำลายเส้นผมที่ชั้นนอกสุดของเคราติน เมื่อมีการทำผมดังกล่าวมานี้จะทำลายท่อขุมขนของเส้นผม และลดการเจริญเติบโตของเส้นผม

7.การตัดผมมากเกินไป

Dr. George Michael กล่าวว่าผมยาวนั้นเป็นผมที่มีสุขภาพดี มีความเป็นไปได้ว่าท่อขุมขนของเส้นผมเจริญเติบโตได้ดีจากการที่ผมทิ้งน้ำหนักลง เสมือนกับการที่ผมถูกดึง ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกได้ตอบสนอง เป็นการออกกำลังหนังศีรษะอีกทาง

นอกจากนี้แล้วยังมีเหตุผลอื่น ๆ อีกที่เป็นสาเหตุของผมบางและผมร่วงในผู้หญิง : อันอาจเกิดได้จากปัจจัยดังต่อไปนี้

การออกกำลังกายมากเกินพอดี

ในผู้หญิงนั้น การออกกำลังกายอย่างหักโหมทำให้มีแนวโน้มที่จะมีปริมาณฮอร์โมน estrogen ลดลง และมีปริมาณฮอร์โมน testosterone มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้วงจรของรอบเดือนหยุดชะงัก, กระดูกเปราะ และผมบางหรือผมร่วง

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างฉับพลัน

ในผู้หญิงนั้น การเกิดการผมร่วงอาจรุนแรงมากขึ้นหลังจากการคลอดบุตร หรือการรับประทานยาคุมกำเนิดไม่ต่อเนื่อง ในกรณีเหล่านี้ วิธีการรักษาเบื้องต้นเพื่อการกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม สามารถคงสภาพเส้นผม ให้อยู่ในสภาพก่อนเกิดอาการเหล่านี้ได้

ปริมาณฮอร์โมน estrogen ที่ลดลง

ฮอร์โมนเพศหญิงนั้นสามารถยับยั้ง หรือช่วยลดผลกระทบจากฮอร์โมนเพศชาย ที่ทำให้ท่อขุมขนของเส้นผมเล็กลง ผู้หญิงจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนไหลเวียนในกระแสเลือดมากกว่าผู้ชาย ผลก็คือ แม้ว่าหญิงที่มีแนวโน้มจะเกิดผมร่วง ก็จะไม่ได้มีอาการผมร่วงมากเท่ากับในผู้ชาย เมื่อหญิงเหล่านี้เข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อเป็นเช่นนี้ การปกป้องการหลุดร่วงของเส้นผมโดยฮอร์โมนเอสโตรเจนก็จะลดลง จากนั้นผมก็จะเริ่มบาง บางครั้งอาจร่วงอย่างรวดเร็ว การใช้อาหารเสริมเอสโตรเจน หรือหยุด DHT สามารถช่วยได้

ความรู้เรื่องยาปลูกผมและผลข้างเคียงที่พบ

ยาปลูกผมที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง จะใช้รักษาผู้ที่มีปัญหาผมร่วงแบบกรรมพันธุ์เท่านั้น มีด้วยกัน 2 ชนิด คือ Minoxidil และ Finesteride

Minoxidil

Minoxidil แต่เดิมเป็นยาความดัน ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เมื่อคนไข้ทานยาตัวนี้ เพื่อลดความดัน แต่ผลข้างเคียง คือ ทำให้ขนหรือผมเพิ่มขึ้น จนในที่สุด ยาตัวนี้ก็ถูกถอนออกไปจากกลุ่มของยาลดความดัน ต่อมาจึงพัฒนาเป็นยาปลูกผมแทน ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2แบบด้วยกัน คือ ยากิน และยาทา

Minoxidil แบบทา ใช้ได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ใช้ทาวันละ 2 ครั้งและใช้ได้ดีในผู้ที่มีผมร่วงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ฤทธิ์ของยาจะช่วยลดการหลุดร่วงของผม และกระตุ้นให้ผมขึ้นใหม่ ในรูปแบบของยาทามี 2% และ 5% ส่วนผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือ คันบริเวณหนังศีรษะ หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไป หรือเกิดการแพ้ได้

Minoxidil แบบกิน นั้นผลข้างเคียงของยาจะมากกว่า ได้แก่ บวมที่บริเวณหน้าและแขน  ขา , หัวใจเต้นเร็ว, เวียนศีรษะ, ขนขึ้นบริเวณใบหู และอาจทำให้เกิดผมร่วงได้ในช่วงระยะแรกของการใช้ยา เมื่อหยุดการใช้ยาฤทธิ์ของยาก็จะหมดไป ผมที่ขึ้นใหม่ก็จะหยุดขึ้นด้วย การใช้ยาจะเริ่มเห็นผลที่ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน-9 เดือนจะใช้ในระยะสั้นไม่ได้ เพราะปกติใน  1 เดือน เส้นผมจะงอกเพียง 1/4นิ้วเท่านั้น ฉะนั้นถ้าจะรอให้ผมยาวต้องใช้เวลานาน

Finasteride

ส่วน Finasterideเป็นยาปลูกผมแบบกิน  ซึ่งเป็นยารักษาต่อมลูกหมาก ยาจะไปยับยั้งฮอร์โมนเพศชายที่ชื่อว่า Dihydrotestosterone หรือ DHTซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผู้ชายผมบาง และผมเส้นเล็กลง เนื่องจากฮอร์โมน DHTจะไปขัดขวางกระบวนการสร้างเส้นผมปกติ และทำให้เซลล์รากผมฝ่อตัว และผมก็จะค่อยๆ หลุดร่วงในที่สุด ซึ่งผู้ชายมักมองข้ามถึงความสำคัญของการรักษาที่ถูกวิธีจนเกิดปัญหาศีรษะล้าน

คนไข้ที่มีปัญหาผมบาง หัวล้าน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรในการเลือกใช้ยา สิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่เลือกวิธีใช้ยานี้ก็คือ ต้องมีความอดทนสูง เพราะต้องกินยาต่อเนื่องไปตราบเท่าที่ฮอร์โมนเพศชายยังมีการผลิตอยู่ อย่างน้อย 3-4เดือนขึ้นไปจึงจะเห็นผล แต่ก่อนจ่ายยาชนิดนี้ แพทย์จะเจาะเลือดดูค่าฮอร์โมน PSAเพื่อเช็คว่าผู้ป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากหรือไม่ ซึ่งพบมากในชายสูงอายุ และผมร่วง เพราะหากผู้ป่วยไม่ทราบว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก แล้วทานยาปลูกผมชนิดนี้ อาจไม่สามารถตรวจพบว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มแรกได้ ผู้ป่วยอาจรักษาอาการผมร่วงหาย แต่ต้องรักษามะเร็งต่อมลูกหมากแทน

ผลข้างเคียง ไม่พึงประสงค์

สำหรับยาปลูกผมที่ได้รับอนุญาต  ถึงแม้ว่าแพทย์จะรับรองว่า ถ้าคุณใช้ยา Minoxidil และ Finesteride อย่างถูกต้องตามคำแนะนำ และอยู่ในความควบคุมของแพทย์ ผลข้างเคียงทั้งหลายจะน้อยมาก แต่โปรดระวัง หากวันใดคุณใช้ยา Minoxidilแบบหยอดในปริมาณมากเกินไป จะทำให้เส้นผมขึ้น แต่เป็นตุ่มบนหนังศีรษะ หรือแพ้สารกันเสียในตัวยาได้ และ Minoxidilแบบกิน นั้นอาจทำให้ความดันต่ำ หน้ามืด เป็นลมได้ไม่รู้ตัว

ส่วน Finesterideจะส่งผลข้างเคียงที่หนุ่มๆ ไม่ชอบเลย ก็คือ อากานกเขาไม่ขัน สมรรถภาพทางเพศลดลง แต่จะมีอาการในเฉพาะผู้ป่วยบางรายเท่านั้น ข้อห้ามเด็ดขาดของยาตัวนี้ ก็คือ ห้ามใช้ในผู้หญิง ถ้าผู้หญิงทานเข้าไป จะมีปัญหาในเวลามีบุตร นั่นคือ ทารกที่คลอดออกมาจะมีอวัยวะเพศกำกวม และน้ำนมอาจมีอันตรายแก่ทารกที่ดื่มได้

หากคุณเป็นพวกผมน้อย ผมบาง อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป เพราะอาการผมร่วงในผู้ป่วยบางราย อาจหายเองได้ ไม่จำเป็นต้องรักษาทุกรายไป แต่หากยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาสาเหตุของการร่วง และให้การรักษาที่ถูกต้อง  แต่ถ้าคุณไม่อยากทานยาปลูกผม ก็ควรทานอาหารให้ครบ 5หมู่ในทุกๆ มื้อ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ มองโลกในแง่ดีเข้าไว้ หนีห่างจากแสงแดด สารเคมี ความร้อน และคลอรีน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยยืดอายุเส้นผมไว้ได้

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : เส้นผมก็ต้องกันแดดนะ!