ปิดเมนู
หน้าแรก

เผยความจริง 4 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ “โรคภูมิแพ้” ที่หลายคนยังไม่รู้

เปิดอ่าน 260 views

เผยความจริง 4 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ “โรคภูมิแพ้” ที่หลายคนยังไม่รู้

“โรคภูมิแพ้” เรียกได้ว่าเป็นโรคยอดฮิตของคนไทยยุคนี้โรคหนึ่งก็ว่าได้ ซึ่งก็มีหลายๆ ประเด็นเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ที่ยังมีความเชื่อ หรือมีความเข้าใจกันแบบผิดๆ แต่เราก็หาคำตอบที่ถูกต้องมาให้คุณแล้ว ต่อไปนี้…

1. ความเชื่อ: เป็นแล้วรักษาไม่หาย ?

ความจริง: โรคแบบนี้ดูแลรักษากันได้ เพราะถึงแม้โรคภูมิแพ้จะมีหลายแบบและจู่โจมอวัยวะได้หลายส่วนทั้งผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ หรือแม้กระทั่งระบบทางเดินอาหาร แต่ก็ต้องมีตัวกระตุ้น แค่หลบเลี่ยงได้ก็หายห่วงครับ หรือถ้ายังไม่รู้ว่าศัตรูตัวกระตุ้นคืออะไรกันแน่ ให้ลองสังเกตด้วยตัวเองหรือไปพบแพทย์เพื่อขอทดสอบสารก่อภูมิแพ้ก่อนก็ได้

อย่างไรก็ตามภูมิแพ้ที่เราคุ้นเคยมักเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ เวลาเป็นแต่ละครั้งก็จะจามเป็นชุดๆ ตาแดง จมูกแดง น้ำมูกไหล คันและแน่นจมูก ภูมิแพ้ประเภทนี้มักกำเริบตอนอากาศเปลี่ยนแปลง นอนหลับไม่เพียงพอติดต่อกัน เครียดจัด หรือดื่มหนักเกินไป เรียกว่าร่างกายอ่อนแอเมื่อไร โจทก์เก่าก็มาเยือนเมื่อนั้น เพราะฉะนั้นทางแก้คือทำให้ร่างกายของคุณแข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย ซึ่งประหยัดที่สุดแล้ว ไม่ต้องกินยา ทั้งยังได้หุ่นดี และร่างกายแข็งแรงเป็นของแถมอีกต่างหาก   

2. ความเชื่อ: ต้องกินยาฆ่าเชื้อจึงจะหายเร็ว ?

ความจริง: โดยปกติแล้วโรคภูมิแพ้ที่ระบบทางเดินหายใจ ถ้ามีอาการต่อเนื่องกันเป็นสัปดาห์ สามารถทำให้เกิดภาวะโพรงจมูกอักเสบ หรือที่เรียกว่าไซนัสอักเสบ คราวนี้อาการปวด แน่นโพรงจมูก ก็จะเข้ามาร่วมด้วย และอาจมีเชื้อโรคเข้ามาผสมโรงซ้ำเติมให้อาการแย่ลงไปกว่าเดิม แต่ประเด็นก็คือเชื้อโรคที่เข้ามาซ้ำเรานั้นส่วนใหญ่เป็นเชื้อไวรัสที่ไม่มียาฆ่าให้ตายได้ มีเพียงส่วนน้อยมากเท่านั้นที่ติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งสามารถรับประทานยาฆ่าเชื้อเพื่อกำจัดเชื้อดังกล่าวได้ ดังนั้นการรับประทานยาฆ่าเชื้อก็รังแต่จะทำให้สิ้นเปลืองเงิน แถมยังทำให้เชื้อดื้อยา หลักฐานที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนคือ การทดลองทางการแพทย์ของสมาคมแพทย์อเมริกันชื่อ American Academy of Allergy, Asthma and Immunology ที่ระบุว่า 65 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยไซนัสอักเสบสามารถหายเองได้โดยไม่ต้องพึ่งยาฆ่าเชื้อ อีกทั้งเมื่อเทียบกันระหว่างกลุ่มที่รับประทานยาฆ่าเชื้อกับกลุ่มที่ได้รับยาทั่วไป เช่น ยาแก้แพ้ หรือยาแก้คัดจมูก พบว่าทั้งสองกลุ่มหายจากอาการไซนัสอักเสบพร้อมๆ กัน ดังนั้นการรับประทานยาฆ่าเชื้อหรือ Antibiotics จึงไม่ได้ช่วยเลย ยกเว้นแต่ผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียประกอบกับมีภูมิต้านทานต่ำ เช่น เป็นเบาหวาน หรือเป็นโรคปอดเท่านั้น ซึ่งควรอยู่ในการดูแลของแพทย์

3. ความเชื่อ: ยารักษาภูมิแพ้ ยิ่งแพงยิ่งดี ?

ความจริง: ยารักษาภูมิแพ้มีอยู่ไม่กี่ประเภท ที่สำคัญคือ ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก ถ้าอาการหนักขึ้นหน่อยก็เสริมด้วยยาแก้แพ้ในกลุ่มต้านฮีสตามีน และกลุ่มอื่นๆ รวมไปถึงยารับประทานแก้คัดจมูกอย่างซูโดอีเฟดรีน ยากลุ่มการแตกตัวของ Mast Cell และการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือสำหรับคนที่น้ำมูกไหลมากกว่าปกติ ยาที่มีราคาสูง จะอยู่ในกลุ่มยาสเตียรอยด์พ่นจมูกและยาแก้แพ้กลุ่มต้านฮีสตามีนนั่นเอง ในฐานะเภสัชกรบอกได้เลยครับว่าคุณภาพไม่ได้ขึ้นกับราคาเสมอไป โดยกลุ่มสเตียรอยด์พ่นจมูก แต่ละตัวก็ไม่ได้แตกต่างกันมากมายนัก พอที่จะใช้แทนกันได้ ที่เห็นราคาสูงมักเป็นพวกนวัตกรรม อุปกรณ์พ่นแบบใหม่เสียมากกว่า ส่วนยาแก้แพ้กลุ่มต้านฮีสตามีน แบ่งง่ายๆ ได้เป็น 2 รุ่น รุ่นแรกจะง่วงกว่า รุ่นสองจะไม่ค่อยง่วงหรือไม่ง่วงเลย อาทิ Cetirizine, Loratadine ส่วนยากลุ่มต้านการแตกตัวของ Mast Cell ซึ่งราคาค่อนข้างแพง จากการวิจัยพบว่าประสิทธิภาพด้อยกว่ายาแก้แพ้ต้านฮีสตามีนหรือยาสเตียรอยด์พ่นเสียอีก ดังนั้นเมื่อนำปัจจัยเรื่องเงินมาเทียบเคียง ก็สรุปได้ว่ายาต้านฮีสตามีนรุ่นที่สองมีประสิทธิภาพคุ้มราคามากกว่า

4. ความเชื่อ: การโดนสารก่อภูมิแพ้บ่อยๆ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ?

ความจริง: การเจอสารก่อภูมิแพ้บ่อยๆ จะทำให้อาการหนักขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้การรักษาโรคภูมิแพ้ที่ดีที่สุดคือ แก้ไขที่ต้นเหตุด้วยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ การเสริมภูมิต้านทานด้วยวิตามินแร่ธาตุรวม วิตามินซี และที่สำคัญที่สุดคือการออกกำลังกาย ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานสักนิด เมื่อระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงดีขึ้นแล้ว อาการภูมิแพ้ก็จะค่อยๆ หายไปในที่สุด อย่างไรก็ตามในระหว่างที่มีอาการภูมิแพ้ก็ควรแก้ไขที่ปลายเหตุร่วมด้วย เช่น การใช้ยาเมื่อมีอาการแพ้

 

เรื่อง GNC Live Well

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : เผยความจริง 4 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ “โรคภูมิแพ้” ที่หลายคนยังไม่รู้