ปิดเมนู
หน้าแรก

เคลือบแก้วรถยนต์ (Glass Coating)

เปิดอ่าน 2,615 views

เคลือบแก้วรถยนต์ (Glass Coating)

Glass Coating Before After

เคลือบแก้วรถยนต์คืออะไร แล้วจะทำไปทำไม หลายๆ คนอาจจะสงสัยกัน แล้ววิธีการมันเป็นอย่างไร ถ้ายังไม่รู้จักหรือรู้จักแต่ยังไม่ดีพอ เรามีความรู้เรื่องเคลือบแก้วรถยนต์มาฝาก

เคลือบแก้วคืออะไร?

เคลือบแก้ว หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Glass Coating นั้นเป็นการเคลือบสีผิวรถทำหน้าที่เป็นผิวสำรองแทนแล็คเกอร์หรือสีจริง มีต้นกำเนิดมาจากญี่ปุ่น โดยมีการนิยามเรื่องของการเคลือบแก้วไว้ คือ 

  1. รถจะต้องทำความสะอาดง่าย  ฝุ่นไม่เกาะ  น้ำไม่เกาะ คราบสกปรกติดน้อย 
  2. ทำให้สีไม่ซีดจาง
  3. ป้องกันคราบจาก มูลนก ยางไม้ 
  4. เกิดรอยขนผ้า ขนแมว น้อย หรือถ้าจะเกิด  ก็ไม่โดนแล็คเกอร์  (ไม่ใช่ทนรอยขีดข่วนหนักๆ หรือ การเอาฟองน้ำติดทรายไปล้างรถ แล้วจะไม่เกิดรอย  มันทนไม่ได้ขนาดนั้น อย่าเข้าใจผิด)

glass coating

ดังนั้นการเคลือบแก้วมีคุณสมบัติก็คือ ป้องกันสีไม่ให้สีรถซีดจางจากการจอดตากแดด ฝุ่นเกาะน้อย น้ำเกาะน้อย ไม่ค่อยเกิดคราบน้ำ ล้างรถง่าย เงางาม ลื่นตลอด แม้ไม่เคลือบสี ป้องกันรอยขีดข่วนบางๆ จากผ้าเช็ดรถ รอยทราย ป้องกันคราบจากมูลนก ยางไม้ ที่จะเกาะติดและทำลายสีรถความหมายโดยรวมก็จะประมาณนี้

การเคลือบแก้วนั้นต้องบอกก่อนว่ายังไม่จะไม่นิยมสักเท่าไรในเมืองไทย เนื่องด้วยราคาที่ยังแพงอยู่มากถ้าเทียบกับการเคลือบเงา แต่ถ้าพูดถึงเรื่องของความคุ้มค่าก็ต้องบอกว่าคุ้มค่า เพราะว่าการเคลือบแก้วจะอยู่ได้นานกว่าการเคลือบเงาแบบธรรมดามาก เพราะการเคลือบแก้วจะมีหน่วยความหนาเป็นไมครอน ซึ่งมันจะหนามาก ทนทาน อยู่ได้นานตามแต่คุณภาพผลิตภัณฑ์

Glass Coating Before After

ส่วนในเรื่องการดูแลทำความสะอาดรถที่เคลือบแก้วก็เป็นอะไรที่ง่าย ๆมาก ล้างโดยใช้น้ำเปล่าก็ได้ หรือหากต้องการใช้แชมพู ก็ควรใช้แชมพูที่มีค่า pH เป็นกลาง ร่วมกับอุปกรณ์เช่น ฟองน้ำ หรือผ้าไมโครไฟเบอร์ก็เพียงพอแล้ว เพียงแค่เท่านี้ก็เงางามขึ้นแล้ว

การจะทำเคลือบแก้วก็ต้องเลือกร้านที่ดูน่าเชื่อถือ ใช้ตัวเคลือบที่มีคุณภาพ เพียงเท่านี้เราก็จะได้รถที่ดูเงางาม ดูเหมือนใหม่ สีสันคงทนอยู่กับเราไปได้อีกนานแล้ว 

glass-coating-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c1 glass-coating-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c2

เกร็ดความรู้ก่อนตัดสินใจทำเคลือบแก้ว

เคลือบแก้วรถยนต์ หรือ Glass Coating เป็นสิ่งที่หลายคนคงคุ้นหูและสงสัยว่า มีความจำเป็นมากหรือน้อยอย่างไรกับรถยนต์ของเรา และถ้าตัดสินใจ จะทำเคลือบแก้วแล้วควรเลือกทำแบบไหนดี เพราะรถหนึ่งคัน เราไม่ควรเสียเงินทำเคลือบแก้วกันบ่อยๆใช่ไหมครับ

เคลือบแก้วมีแทบทุกที่ ?

เนื่องจากในปัจจุบัน มีบริการเคลือบแก้วรถยนต์อยู่แทบทุกมุมเมือง โดยเฉพาะในเคลือบแก้วในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ๆ ก็มีร้านให้บริการเคลือบแก้วรถยนต์อยู่ไม่ต่ำกว่าหลักร้อยถึงพันแห่ง 

อะไรคือความแตกต่าง ?

ความแตกต่างของเคลือบแก้วที่แท้จริง คงมีอยู่หลากหลายมิติ แต่หลักๆแล้วเราควรจะเลือกเคลือบแก้วจากปัจจัยใดบ้าง

ปัจจัยข้อ 1 ราคาเคลือบแก้ว ถูกและดีจริงหรือไม่ ?

เป็นเรื่องที่ชวนคิด เนื่องจากราคาของเคลือบแก้วปัจจุบันมีตั้งแต่ราคาหลักพัน ถึงหลักหมื่น จนถึงแสน อะไรคือราคาที่แท้จริง ถูกเกินไป หรือ แพงเกินไป จะน่าเชื่อถือหรือไม่ การใช้ราคาเป็นเกณฑ์ตัดสินคงไม่ใช่คำตอบที่ดีนัก เนื่องจากก่อนที่เราจะตัดสินใจ ควรพิจารณาเรื่องคุณภาพ ความคงทนของเคลือบแก้ว และการบริการก่อน และหลังการขายควบคู่กันไป เพราะราคาที่ถูกที่สุด ไม่ได้แปลว่าจะได้ของดีที่สุดเสมอไป ควรจะเลือกเคลือบแก้วที่คุ้มค่าอยู่ได้คงทน ไม่ต้องเสียเงินบ่อยๆ

ปัจจัยข้อ 2 คุณภาพของเคลือบแก้วแท้ๆ (Si)

จึงเป็นสิ่งที่ต้องนึกถึง และคุณภาพของเคลือบแก้ววัดได้จากอะไรบ้าง อะไรคือเคลือบแก้วแท้ หรือ เคลือบแก้วผสม เคลือบแก้วแท้ๆ ก็เหมือนทองคำแท้ ซึ่งมีมูลค่าและคุณค่าของตนตัวเอง ต้นกำเนิดของเคลือบแก้วแท้ๆ ที่จริงแล้วถูกผลิตขึ้นมาจาก สารซีลีก้า Si โดยปัจจุบัน ค่าความแข็งสูงสุดของเคลือบแก้วซีลีก้าแท้ที่ผลิตได้จริง อยู่ที่ระดับ 9H

ความแข็ง คือ สิ่งที่สำคัญมากกว่าความหนาของไมครอน เคลือบแก้วระดับ 9H จัดเป็นระดับพรีเมียมเกรดที่ทางองค์กรในประเทศญี่ปุ่น Japan Quartz Club ซึ่งเป็นต้นกำเนิดเคลือบแก้วให้การรับรองคุณภาพ ส่วนเคลือบแก้วในระดับผสม มักให้คุณภาพที่ลดลงตามปริมาณ และความคงทน นั้นหมายความว่า หากเราเลือกเคลือบแก้วผสม เราอาาจะต้องเสียทำเงินเคลือบแก้วบ่อยๆ เพราะมีการเกาะติดของสารซีลีก้าในปริมาณต่ำ ถึงแม้จะเคลือบให้มีความหนาหลายชั้นเป็น สิบๆไมครอน ก็ไม่ได้ช่วยอะไร ถึงแม้จะมีราคาถูก ก็เปรียบเหมือนทองคำที่ถูกชุบ เพราะเนื้อในยังคงมีสารประกอบอื่นๆเจืออยู่นั่นเอง

ปัจจัยข้อ 3 วิธีการทำเคลือบแก้ว และ เทคนิคใหม่ๆ

ถึงแม้จะเลือกเคลือบแก้วแท้ๆ ที่มีการผลิตมาจากสารซีลีก้า Si เข้มข้น แต่ในตลาดยังมีอยู่มากมาย ดังนั้นการเคลือบแก้วที่ให้ผลดี ควรจะพิจารณาจากเทคนิคการส่งผ่านสารซีลีก้าที่ดีด้วยเช่นกัน ซึ่งขั้นตอนวิธีการทำเคลือบแก้วในปัจจุบันนั้นด้วยกันอยู่ 2 ระบบ ได้แก่

1 ระบบทาด้วยมือ (Hand made)

ซึ่งเป็นการทาสารประกอบซีลีก้า Si ลงบนชั้นผิวสีรถยนต์ด้วยฟองน้ำ ให้เกิดเป็นสาร SiO2 ซึ่งเป็นเทคนิคที่คาร์แคร์โดยทั่วไปเลือกใช้ เนื่องจากไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ และสามารถเลือกทำได้กับน้ำยาซีลีก้าทุกเกรด ดังนั้นคุณภาพของเคลือบแก้ว จึงขึ้นอยู่กับโครงสร้างของน้ำยาซีลีก้า และความปราณีตและความละเอียดอ่อนของช่าง ซึ่งต้องได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ถึงจะทำให้งานทาเคลือบแก้วนั้นเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ เพราะหากทาไม่ดีแล้ว โอกาสที่น้ำยาซีลีก้าใสๆ จะกระจายตัวปกป้องผิวรถทั้งคัน คงเป็นไปได้ยากและมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นแล้ว

2 เคลือบแก้วระบบพ่น หรือ เรียกว่า Quartz Glass Coating 

ซึ่งเป็นเทคนิคการเคลือบแก้วขั้นสูง ทำได้เฉพาะกับเคลือบแก้วที่ให้ค่าความแข็งระดับ 9 H เท่านั้น เนื่องจากเทคนิคการพ่น จะช่วยส่งผ่านสารซีลีก้า ให้เกิดประจุซีลีก้า SiO2 ตามธรรมชาติ เปรียบได้ดังแร่ Quartz หรือผลึกแก้วที่แข็งกว่าแก้วทั่วไป ซึ่งเทคนิคการพ่นจะใช้ได้เฉพาะกับ สารเคลือบแก้วที่มี Silica ความเข้มข้นสูง ไม่มีสารประกอบอื่นๆเจือปนเท่านั้น ดังนั้น ระบบพ่นจึงเป็นที่นิยมมากและถูกพูดถึงมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็น ประเทศต้นกำเนิดเคลือบแก้วรถยนต์และคิดค้นวิธีการพ่นขึ้นมา ซึ่งในประเทศไทยได้มีกลุ่มคาร์แคร์คุณภาพนำเข้าเทคนิคการพ่นนี้เข้ามาแล้ว โดยผ่านการยอมรับจาก Japan Quartz Club ประเทศญี่ปุ่น ดังนั้น หากพิจารณาเลือกทำเคลือบแก้วให้กับรถที่เรารักสักครั้ง ควรจะพิจารณาตามปัจจัยทั้งหมดที่ได้กล่าวมาครับ และเลือกผลิตภัณฑ์ที่เชื่อถือได้ ผ่านการรับรองจริงจากองค์กรที่เชื่อถือได้

 HD VW Polo Rally Car Racing Monte Carlo 2014

продажа газ

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : เคลือบแก้วรถยนต์ (Glass Coating)