ปิดเมนู
หน้าแรก

รู้เท่าทัน “ปอดอักเสบ” จากเชื้อ “โคโรน่าไวรัส” สายพันธุ์ใหม่

เปิดอ่าน 35 views

รู้เท่าทัน “ปอดอักเสบ” จากเชื้อ “โคโรน่าไวรัส” สายพันธุ์ใหม่

จากสถานการณ์พบผู้ป่วยปอดอักเสบติดเชื้อในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ณ วันที่ 11/1/63 จากการสืบสวนโรคเบื้องต้นทางการจีนพบว่า ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งทำงานอยู่ที่ตลาดสดเมืองอู่ฮั่น ซึ่งขายสัตว์ทะเล สัตว์ปีก และสัตว์ป่า จึงสั่งปิดตลาดดังกล่าวเพื่อทำความสะอาด 

จากการตรวจหาเชื้อที่เป็นสาเหตุของการระบาดของโรคปอดอักเสบติดเชื้อในครั้งนี้ พบว่าเป็นเชื้อไวรัสชื่อ โคโรน่าไวรัส coronavirus (CoV) แต่เป็นสายพันธุ์ใหม่ ข้อมูล ณ วันที่ 11/1/63 พบผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วทั้งหมด 41 คน เสียชีวิต 1 คน โคโรน่าไวรัสเป็นเชื้อไวรัสที่พบได้ทั้งในสัตว์และคน มีด้วยกันหลายสายพันธุ์ บางสายพันธุ์ก่อโรคในสัตว์ บางสายพันธ์ก่อโรคในคน 

คนที่ติดเชื้อโคโรน่าไวรัสมีอาการได้ตั้งแต่เป็นไข้หวัดธรรมดาไปจนถึงปอดอักเสบติดเชื้อ รวมถึงโรคปอดอักเสบรุนแรงซึ่งเคยระบาดในปี 2002 นั่นคือเชื้อไวรัสซาร์ส (SARS-CoV) ซึ่งมีผู้ติดเชื้อสูงถึง 8,000 คน ใน 26 ประเทศทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตกว่า 600 คน และอีกครั้งในปี 2012 จากเชื้อไวรัสเมอร์ส ( MERS-CoV) ซึ่งมีผู้ติดเชื้อกว่า 2500 คน ใน 27 ประเทศทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตกว่า 858 คน จึงมีความสำคัญของการที่ต้องมีการสืบสวน เฝ้าระวังและกักกันโรคก่อนที่จะระบาดไปทั่วโลกเหมือนในอดีต


โรคปอดอักเสบติดเชื้อ เป็นอย่างไร ?

พญ.มัณฑนา สันดุษฎี แพทย์ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า โรคปอดอักเสบ (pneumonia) คือ การอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณเนื้อปอด ถุงลม และเนื้อเยี่อข้างเคียง เป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อย และอาจรุนแรงถึงชีวิตได้ ขึ้นอยู่กับอายุ โรคประจำตัว เกิดได้จากการติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ โดยทั่วไปมักจะพบปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อมากกว่า 


ชนิดของโรคปอดอักเสบติดเชื้อ

โดยสามารถแบ่งชนิดของปอดอักเสบติดเชื้อได้หลายแบบ ปัจจุบันนิยมแบ่งตามสภาพแวดล้อมที่เกิดปอดอักเสบ ได้แก่ 

  • ปอดอักเสบในชุมชน (Community acquired pneumonia, CAP) 
  • ปอดอักเสบในโรงพยาบาล (Hospital acquired pneumonia, HAP) 

การแบ่งชนิดของโรคปอดอักเสบ ก็เพื่อประโยชน์ในการรักษาที่เหมาะสม ในที่นี้จะกล่าวถึงปอดอักเสบในชุมชน


กลุ่มเสี่ยงโรคปอดอักเสบติดเชื้อ

บุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดปอดอักเสบติดเชื้อ ได้แก่ 

  • ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี 
  • เด็กที่มีอายุน้อยกว่า  2 ปี  
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจโรคปอด โรคไต โรคเบาหวาน โรคตับ 
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ที่ติดเชื้อไวรัส  HIV โรคมะเร็ง  
  • ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ


การแพร่เชื้อ การติดต่อของโรคปอดอักเสบติดเชื้อ

ทั้งนี้เชื้อที่ก่อโรคปอดอักเสบติดเชื้อพบได้ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อราที่สามารถติดต่อได้หลายวิธี 

  1. เชื้อจากระบบทางเดินหายใจส่วนบนสำลักลงไปในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง
  2. การนำเชื้อเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนล่างโดยตรง ผ่านการไอ จาม หรือหายใจรดกัน  ซึ่งเป็นการนำเชื้อที่อยู่ในละอองฝอยขนาดเล็กเข้าสู่ปอดโดยตรง
  3. การแพร่กระจายผ่านการติดเชื้อในกระแสเลือด
  4. การลุกลามจากการติดเชื้อจากอวัยวะข้างเคียง เช่น การเป็นฝีในตับแตกเข้าปอด 


เชื้อไวรัสที่ทำให้เป็นโรคปอดอักเสบติดเชื้อ

เชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคปอดอักเสบติดเชื้อในชุมชนที่พบได้บ่อยคือ เชื้อแบคทีเรีย เช่น Strephylococus pneumoniae, Haemophilus influenzae, Moraxella catarrhalis เป็นต้น หรือเชื้อไวรัส เช่น influenza, rhinovirus, adenovirus, coronavirus เป็นต้น  


อาการของโรคปอดอักเสบติดเชื้อ

ลักษณะอาการของปอดอักเสบติดเชื้อที่พบได้บ่อยได้แก่ 

  • มีไข้ 
  • ไอ 
  • มีเสมหะ 
  • หายใจเหนื่อย หายใจลำบาก
  • เจ็บเสียดบริเวณหน้าอกเวลาหายใจเข้า 


การวินิจฉัยโรคปอดอักเสบติดเชื้อ

แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยการตรวจร่างกายฟังเสียงปอดผิดปกติ ร่วมกับเอ็กซเรย์ปอดพบฝ้าขาวผิดปกติ 


วิธีการรักษาโรคปอดอักเสบติดเชื้อ

  1. การรักษาแบบจำเพาะ โดยการใช้ยาฆ่าเชื้อ แพทย์จะเลือกยาที่คิดว่าครอบคลุมเชื้อก่อโรคที่น่าจะเป็นสาเหตุของปอดอักเสบติดเชื้อ โดยพิจารณาจากอาการทางคลินิก และระบาดวิทยา
  2. การรักษาแบบประคับประคอง โดยจะให้ยาเพื่อบรรเทาอาการ เช่น ยาพ่นขยายหลอดลม ยาละลายเสมหะ ยาลดไข้  หรือยาแก้ไอ
  3. การรักษาภาวะแทรกซ้อน ในบางรายภาวะปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรงมาก อาจมีภาวะระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ซึ่งต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งทุกคนสามารถดูแลและป้องกันตัวเองจากโรคนี้ได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบติดเชื้อ 


ป้องกันโรคปอดอักเสบติดเชื้อได้ด้วย 
“วัคซีน”

  1. ในปัจจุบันมีวัคซีนที่ป้องกันปอดอักเสบติดเชื้ออยู่ 2 ชนิด เพื่อลดความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อน
  • วัคซีนนิวโมคอกคอล (Pneumococcal vaccine)
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza vaccine) ซึ่งควรจะฉีดวัคซีนทุกปี 
  1. หมั่นล้างมือเป็นประจำ
  2. หลีกเลี่ยงการไปอยู่ในที่ที่มีผู้คนหนาแน่น
  3. สร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

หากมีอาการไข้ ร่วมกับอาการทางระบบทางเดินหายใจ และมีประวัติเสี่ยงโดยเดินทางมาจากพื้นที่ระบาดภายใน  14 วัน ให้รีบไปพบแพทย์ รพ. ใกล้บ้านท่านทันที  

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : รู้เท่าทัน “ปอดอักเสบ” จากเชื้อ “โคโรน่าไวรัส” สายพันธุ์ใหม่