ปิดเมนู
หน้าแรก

รักษาสิวเสี้ยนอย่างไรให้ถูกต้อง

เปิดอ่าน 10 views

รักษาสิวเสี้ยนอย่างไรให้ถูกต้อง

สิวเสี้ยน เป็นปัญหาผิวหนังที่อาจส่งผลให้ผิวไม่เรียบเนียน และก่อให้เกิดความรำคาญ แต่หากรู้จักวิธีรักษาและการป้องกันที่ถูกต้อง จะช่วยลดปัญหาสิวเสี้ยนหรือสิวชนิดอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สิวเสี้ยน คือความผิดปกติของรูขุมขนที่ทำให้เกิดสิวที่มีลักษณะคล้ายสิวอุดตันหัวดำ แต่ต่างกันตรงที่สิวเสี้ยนนั้นมีขนอ่อน ๆ กระจุกอยู่ภายในสิวรวมกับไขมันหรือเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว มักจะเกิดขึ้นที่จมูกเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ ยังอาจพบได้ที่บริเวณหนังศีรษะ หน้าอก หลัง หรือที่อื่น ๆ สิวเสี้ยนเกิดขึ้นได้กับทั้งผู้ชาย และผู้หญิง มักจะพบในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก

สิวเสี้ยนเกิดจากอะไร ?

สิวเสี้ยนเกิดขึ้นจากความผิดปกติของต่อมรูขนส่งผลให้รูขุมขนมีขนอ่อน ๆ ขึ้นมากผิดปกติ ไม่สามารถหลุดร่วงไปตามกาลเวลาได้ และเมื่อรวมตัวกับไขมันที่ถูกผลิตออกมาและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วจึงทำให้เกิดเป็นสิวที่มีลักษณะคล้ายสิวอุดตันหัวดำ โดยสิวชนิดนี้อาจก่อให้เกิดการอักเสบหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย ทั้งนี้ ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการอุดตันของสิวเสี้ยน ได้แก่

  • การทำงานที่มากผิดปกติของฮอร์โมนเพศชายภายในผิวหนัง
  • ปริมาณกรดไขมันไลโนเลอิก (Linoleic Acid) ที่อยู่ในซีบัมซึ่งอยู่บนผิวหนังชั้นนอกลดลง ทำให้ผิวหนังได้รับการปกป้องลดลง
  • ระบบภูมิคุ้มกันสร้างสารไซโทไคน์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ (Proinflammatory Cytokines)
  • เชื้อแบคทีเรียพีแอคเน่ (Propionibacterium Acne: P. Acnes) ก่อให้เกิดสิวสร้างกรดไขมันอิสระมากเกินไป
  • ภาวะที่ร่างกายมีน้ำเกินก่อนมีประจำเดือน ทำให้ง่ายต่อการอับชื้น
  • สัมผัสกับสารเคมี เช่น ผลิตภัณฑ์แต่งผม สารเคมีไอพีเอ็ม (Isopropyl Myristate: IPM) สารโพรพิลีนไกลคอล (Propylene Glycol) และผลิตภัณฑ์ย้อมสีบางชนิดที่กระตุ้นการก่อให้เกิดสิว
  • ภาวะรูขุมขนถูกทำลายเนื่องจากผิวหนังเกิดการบาดเจ็บ เช่น การบีบสิว การล้างหน้าที่ไม่อ่อนโยน การใช้สารเคมี หรือการทำเลเซอร์ผิวหนัง
  • สูบบุหรี่
  • การรับประทานอาหารที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดสิว เช่น อาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เป็นต้น

ความเชื่อเกี่ยวกับสิวเหล่านี้ จริงหรือไม่ ?

ยังมีหลายคนที่เชื่อว่าสิวเสี้ยนนั้นเกิดขึ้นจากสาเหตุอื่น ๆ นอกเหนือจากการไม่รักษาความสะอาด แต่ความเชื่อเหล่านั้นมีทั้งที่เป็นจริงและไม่เป็นจริงเช่นกัน ตัวอย่างเช่น

  • รับประทานช็อกโกแลตทำให้เกิดสิว อาหารถือเป็นส่วนประกอบเล็ก ๆ ของปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว ทั้งนี้ยังไม่มีงานวิจัยยืนยันว่าการรับประทานช็อกโกแลตทำให้เกิดสิวพบเพียงว่า การรับประทานอาหารที่ทำจากนมหรือมีคาร์โบไฮเดรตอาจกระตุ้นให้เกิดสิวได้ ซึ่งยังต้องศึกษาหาผลที่แน่ชัดต่อไป
  • ล้างหน้าบ่อย ๆ จะช่วยลดสิวได้ การล้างหน้าบ่อย ๆ จะส่งผลให้ผิวหนังระคายเคืองง่าย และการขัดหรือทำความสะอาดหน้ามากเกินความจำเป็นจะยิ่งกระตุ้นให้เกิดสิว ดังนั้นจึงควรล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้งด้วยสบู่อ่อน ๆ และหลังจากล้างหน้าเสร็จควรเช็ดด้วยผ้าสะอาดเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรีย
  • การบีบสิวช่วยป้องกันสิวได้ การบีบสิวจะยิ่งทำให้เชื้อแบคทีเรียที่สะสมอยู่ในสิวแพร่กระจายไปทั่วผิวหนังและก่อให้เกิดสิวได้มากขึ้น อีกทั้งอาจทำให้เกิดแผลเป็นที่ผิวหนังได้
  • ยิ่งแต่งหน้า ยิ่งทำให้เกิดสิว การแต่งหน้าไม่ทำให้เกิดสิวเสมอไป เพราะหากเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนประกอบของสารก่อสิว หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผิวหน้า ก็จะไม่ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนจนเกิดสิวได้ นอกจากนี้ ควรล้างเครื่องสำอางให้สะอาดทุกครั้งก่อนเข้านอน และหมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์แต่งหน้าอย่างสม่ำเสมอ

สิ้วเสี้ยน รักษาอย่างไรให้ได้ผล

ในบางกรณี สิวเสี้ยนไม่จำเป็นต้องรักษาโดยแพทย์ เพราะรักษาให้หายเองได้  เช่น เกิดจากเครื่องสำอาง การอุดตันของขน รักษาได้ด้วยการถอนขนอ่อนเหล่านั้นออก หรือใช้ที่ปิดรักษาสิวอุดตันก็ช่วยได้ แต่ทั้งนี้ในระหว่างการรักษาจะต้องดูแลรักษาความสะอาดผิวหนังบริเวณที่เกิดสิวให้สะอาดมากเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ โดยควรดูแลตัวเองดังนี้

  • เลือกเครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันเพื่อไม่ให้เกิดการอุดตัน
  • ล้างหน้าวันละ 2 ครั้งด้วยสบู่อ่อน ๆ และน้ำเปล่า
  • งดสูบบุหรี่
  • ลดการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาล ไขมัน หรือผลิตภัณฑ์จากนมลง

ทั้งนี้หากต้องการให้สิวเสี้ยนหายเร็วก็รักษาได้ด้วยยา ยาส่วนใหญ่ที่ใช้มักจะเป็นยาทา ซึ่งต้องทาอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง และอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าอาการจะเริ่มดีขึ้น ยาทาสิวที่ใช้ได้ผลมักมีส่วนประกอบของ

  • บนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) ใช้ในการรักษาสิวชนิดที่ไม่รุนแรง และสามารถใช้ในสตรีมีครรภ์ได้ แต่มีผลข้างเคียงคือทำให้ผิวแห้ง เกิดอาการระคายเคือง หรืออาจมีอาการแพ้ นอกจากนี้ ยังอาจเปื้อนเสื้อผ้าได้อีกด้วย
  • กรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid) เป็นยาที่ใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะหรือยาอื่น ๆ ในการรักษาได้ แต่มีผลข้างเคียงคือ ทำให้เกิดอาการบวมแดง ผิวหนังลอก มีอาการคัน หรือแสบร้อนบริเวณที่ใช้ยาได้
  • กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) ซัลเฟอร์ (Sulfur) และรีซอร์ซินอล (Resorcinol) ใช้ในการรักษาโรคผิวหนังหลายชนิด รวมทั้งอาการสิว การใช้ยานี้ต้องระมัดระวังผลข้างเคียง ได้แก่ ผิวหนังระคายเคืองอย่างรุนแรง ผิวหนังบริเวณที่ใช้ยามีลักษณะแดงมากผิดสังเกต หากสัมผัสจะรู้สึกอุ่น ๆ และถ้าใช้ในปริมาณมากอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาดจนเป็นอันตราย
  • กรดไกลโคลิค (Glycolic Acid) เป็นยาที่ใช้รักษาสิว และฟื้นฟูสภาพผิว หากใช้ติดต่อกันนาน ๆ อาจส่งผลเสียต่อผิวหนังชั้นลึกได้ อีกทั้งยังอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง เนื่องจากยาตัวนี้มีลักษณะเป็นกรด
  • สารประกอบเรตินอยด์ (Retinoids) เป็นยารักษาสิวที่มักอยู่ในรูปของยาทา หาซื้อได้ง่ายแต่ต้องระมัดระวังผลข้างเคียง เพราะอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง และเกิดอาการบวมแดง และตุ่มน้ำ

สำหรับผู้ที่เป็นสิวเรื้อรังไม่ตอบสนองต่อการใช้ยา แพทย์อาจแนะนำให้ใช้การรักษาสิวเสี้ยน ด้วยเลเซอร์ โดยของเลเซอร์ที่ใช้จะเป็นชนิดลองเพาซ์อเลคซานไดซ์ (Long Pulsed Alexandrite Laser) ที่มีความยาว 755 นาโนเมตร ซึ่งใช้รักษาผิวหน้าโดยเฉพาะ วิธีนี้จะช่วยกำจัดสิวเสี้ยนให้หมดไปได้

วิธีป้องกันสิวเสี้ยน

ในเบื้องต้นนั้น สิวเสี้ยนป้องกันได้ด้วยวิธีง่าย ๆ คือ ดูแลรักษาความสะอาดใบหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังมีวิธีอื่น ๆ ได้แก่

  • ล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งด้วยสบู่อ่อน ๆ
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยับยั้งความมันของใบหน้าเพื่อป้องกันสิว
  • เลือกเครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนประกอบของน้ำมัน เพื่อป้องกันเครื่องสำอางอุดตันรูขุมขนบนใบหน้า
  • ล้างเครื่องสำอางทุกครั้งก่อนเข้านอน
  • หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสกับใบหน้าโดยไม่ได้ล้างมือ
  • ใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมที่มีส่วนผสมของน้ำเป็นหลัก (Water-Based) และหลีกเลี่ยงการให้ผมปรกหน้าเพื่อป้องกันการอุดตันของรูขุมขนที่มาจากผลิตภัณฑ์แต่งผม

ทั้งนี้ หากยังมีสิวเสี้ยนขึ้นบนใบหน้า หรือมีอาการรุนแรงขึ้น ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดสิวเสี้ยน และรับการรักษาที่ตรงจุดและเหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน

สิวเสี้ยนไม่ใช่ปัญหาที่ต้องกังวลหากรู้จักวิธีรักษาและป้องกันอย่างถูกต้อง แต่ถ้าปล่อยทิ้งโดยไม่ได้รับการเยียวยาก็อาจทำให้สิวเสี้ยนนั้นกลายเป็นสิวอักเสบ ส่งผลเสียต่อผิวหน้าได้

Credit: pobpad

รับสอน รับผลิต สร้างแบรนด์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นสิว

หลักสูตรเวชสำอางรักษาสิว

  1. เจลล้างหน้า รักษาสิว (Acne Cleansing Clear Gel) 3,000 บาท
  2. ครีมแต้มสิว (Acne Clear Cream) 3,500 บาท
  3. โทนเนอร์ รักษาสิว (Anti-acne Tonner) 3,000 บาท
  4. มาร์คหน้า รักษาสิว (Sleeping Mask Anti-acne) 4,500 บาท
  5. ครีมกันแดดสำหรับคนเป็นสิว (Sunscreen For Acne Clear) 4,500 บาท

ปกติราคา 18,500 บาท  ลดเหลือ 12,000 บาท

 

ศูนย์อบรมเครื่องสำอาง JMC

(JM Cosmetic Training Center )

“เชื่อว่าการลงทุนที่ดีที่สุดในยุคนี้ คือการลงทุนเรื่องการผลิตเครื่องสำอางเพื่อต่อยอดธุรกิจ ซึ่งในปัจจุบัน ธุรกิจเครื่องสำอางกำลังเติบโตกระโดดก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทำอย่างไรเราจะก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ได้ ทำอย่างไรธุรกิจ ของเราจะไปรอดในภาวะการแข่งขันที่สูง มาร่วมพัฒนาศักยภาพในการแข่งขัน เพื่อสร้างจุดแข็งให้กับธุรกิจของคุณกับเรา

เราสามารถจัดอบรบแบบส่วนตัวหรือจัดเป็นกลุ่ม พร้อมเลือกหัวข้อและระยะเวลาในการอบรมที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เนื้อหาครอบคลุมหัวข้อตรงกับความต้องการและสามารถนำไปใช้ได้จริง ผู้เข้าอบรบจะได้ทดลองปฏิบัติ ด้วยตนเองพร้อมได้รับสูตรผลิตภัณฑ์ ”

Start Up ธุรกิจความงาม (เครื่องสำอาง เวชสำอางและสปา) ผู้ประะกอบธุรกิจต้องมีความรู้พื้นฐานของโครงสร้างผิว สมุนไพร คุณสมบัติสมุนไพร การสกัดจากสมุนไพร สารสกัดจากธรรมชาติและอื่นๆ ก่อนที่คุณจะเริ่มลงมือทำธุรกิจเครื่องสำอางอย่างจริงจัง การเริ่มต้นธุรกิจที่ดีที่สุดคุณควรเริ่มต้นด้วยการสำรวจความต้องการของลูกค้าด้วยตัวคุณเองและวางแผนเริ่มต้นให้ดีในทุกส่วนความรู้พื้นฐานการบริหารธุรกิจฯ 

ก่อนที่จะลงทุนต้องทำความเข้าใจกับสินค้าให้ดีว่ามีคุณภาพดีพอที่จะวางขายได้หรือยัง เพราะความจริงสิ่งที่คุณจะเริ่มลงทุนเพราะเห็นถึงกำไรที่จะกลับมาแต่หากลืมไปว่า ผู้ประกอบการท่านอื่นๆ ก็มองเห็นโอกาสนี้เช่นเดี่ยวกับคุณในมุมกลับกันรองสำรวจดูว่าคุณมีลูกค้าตัวจริงอยู่หรือไมเพราะมันไม่ง่ายที่ใครจะยอมควักเงินออกจากกระเป๋ามาซื้อสินค้าจากคุณ

รูปแบบเนื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่เราเห็นจำหน่ายในตลาด มี 5 รูปแบบต่างๆดังนี้

1. ครีม (Cream)

ครีมบำรุงผิวส่วนใหญ่ในท้องตลาดจะมีส่วนผสมของน้ำมัน ไขมัน แว็กซ์ (Oil ,Fat,Wax ) + น้ำ ,สารออกฤทธิ์ที่ละลายน้ำ (Water) +ตัวประสานท (Emulsifier ) ในสัดส่วนที่แตกต่างกันไป ซึ่งจะทำให้ได้เนื้อครีมที่มีความหนืดสูง กว่าอิมัลชั่นรูปแบบอื่นๆ ครีมเหมาะสำหรับคนที่ผิวแห้ง เนื่องจากผิวขาดความชุ่มชื้น แห้งกร้านหรือมีริ้วรอยอ่อนกว่าวัยได้

2. โลชั่น (Lotion)

เนื้อโลชั่นมีลักษณะคล้ายครีมมาก แต่จะมีส่วนประกอบของน้ำ (Water) มากกว่า น้ำมัน ไขมัน แว็กซ์ (Oil,Fat,Wax) มักมีความหนืดต่ำกว่าเนื้อครีม โลชั่นเหมาะสำหรับผิวธรรมดาและผิวผสม

3. เซรั่ม (Serum)

เนื้อเซรั่มส่วนใหญ่จะใสหรือขุ่นเล็กน้อย มีเนื้อสัมผัสที่บางเบา เพราะเป็นเนื้อแบบ Water Based หากเทียบกับการผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชนิดอื่น เนื้อเซรั่มจะสามารถเติมสารออกฤทธิ์ต่างๆได้สูง ช่วยเรื่องการบำรุงซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะและเหมาะกับผิวทุกประเภท

4. เจล (Gel)

มีลักษณะเนื้อเจลใสทรงตัวอยู่ได้ ซึ่งเป็นสารประเภท โดยมีสารสร้างเนื้อเจลที่มาจากธรรมชาติและสารสังเคราะห์กลุ่ม Polymer ประเภทต่างๆ

โครงสร้างภายในสารสร้างเนื้อเจล (Gelling Agent) สามารถอุ้มน้ำได้หลายเท่าตัว จึงนำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภทเพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่ม Natural Moisturizing Factor ให้กับผิวเป็นส่วนใหญ่

5. เนื้อฟลูอิค (Fluid) หรือเนื้อเอสเซ้นส์ (Essence)

เป็นเนื้อกึ่งเซรั่ม มีเนื้อสัมผัสเนื้อบางเบา สามารถเพิ่มความเข้มข้นสารออกฤทธิ์(Active Ingredient) ที่ความเข้มข้นสูงๆได้ เป็นได้ทั้ง Emulsion Based/ Water Based ซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว เกลี่ยง่าย การบำรุงผิวมีประสิทธิภาพเห็นผลชัดยิ่งขึ้น

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆให้เหมาะสมกับสภาพผิวหน้า และควรทดสอบการแพ้ผลิตภัณฑ์ก่อนใช้เสมอ

วัตถุประสงค์ของการเรียนและการวางแผนธุรกิจของคุณ

  • เข้าใจส่วนประกอบการทำครีม เชรั่ม เจลพื้นฐาน
  • สามารถวางแผ่นการตลาดได้ชัดเจนขึ้น
  • เข้าใจต้นทุนวัตถุดิบและแหล่งในการซื้อวัตถุดิบในการทำเซรั่ม ครีมบำรุงผิวเพื่อการทดลองหรือเริ่มต้นธุรกิจ
  • สามารถทดลองและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในเบื้องต้นได้
  • สามารถผลิตและทดลองจำหน่ายเพื่อลองตลาดก่อนสั่งผลิตเพื่อทำในรูปแบบธุรกิจได้

ศูนย์อบรมเครื่องสำอาง JMC

(JM Cosmetic Training Center)

Managing Director

Tel: 083-007-8589, Line ID: careandliving

สถานที่อบรม : ศูนย์อบรมเครื่องสำอาง โกดัง 4

JMC 8/332 หมู่ 3 ถ. ติวานนต์ ปากเกร็ด 48  ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด  จ.นนทบุรี 11120

สี่แยกไฟแดงสวนสำเด็จ, ใกล้โรบินสันศรีสมาน ,ใกล้สนามบินดอนเมือง  ,ลงทางด่วนศรีสมาน-ดอนเมือง

มีฝ่าย R&D 
พัฒนาสูตร และผู้เชี่ยวชาญดูแล อย่างใกล้ชิด

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : รักษาสิวเสี้ยนอย่างไรให้ถูกต้อง