ปิดเมนู
หน้าแรก

พูดให้ชัด เคลียร์ให้จบ ก่อนแต่งงาน!!

เปิดอ่าน 278 views

พูดให้ชัด เคลียร์ให้จบ ก่อนแต่งงาน!!

marry

พูดให้ชัด เคลียร์ให้จบ ก่อนแต่งงาน!!

HappyWedding

สนับสนุนเนื้อหา

เชื่อว่าบ่าวสาวทุกคู่ก่อนจะตกลงปลงใจแต่งงานกัน จะต้องผ่านการพูดคุยเรื่องชีวิตหลังแต่งงานกันมาบ้าง จะใช้ชีวิตอย่างไร อยู่บ้านใคร ไปทำงานอย่างไร ฯลฯ เรียกว่าเป็นเรื่องเบสิคที่คุยกันเพลิน ๆ แต่จริง ๆ แล้วก่อนแต่งงาน คู่รักควรหาเวลาวางแผนหรือพูดคุยกันในเรื่องต่าง ๆ ต่อไปนี้ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นภายหลัง เพราะปัญหาที่ Happy Wedding.Life หยิบยกขึ้นมานี้ ทำให้คู่รักหลายคู่ต้องระหองระแหงหรือถึงขึ้นเกิดรอยร้าวในครอบครัวมานักต่อนักแล้ว

1. สินสอด

เรื่องเปราะบางสำหรับบ่าวสาวแทบทุกคู่ ถึงขั้นเกิดดราม่ามาแล้วมากมาย สินสอดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของไทยที่สืบทอดกันมานาน ในอดีตบ่าวสาวที่แต่งงานจะไม่ได้เคยพบเจอกันมาก่อน ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงจึงเรียกสินสอดเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายชายทิ้งการแต่งงาน และเป็นหลักประกันว่าฝ่ายชายมีปัญญาเลี้ยงดูฝ่ายหญิงต่อไปในอนาคต สินสอดจึงถือกำเนิดนับแต่นั้นเป็นต้นมา

เรื่องสินสอดเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะเกิดข้อกังขามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงานระหว่างคนไทยกันเอง ฝรั่งต่างชาติ หรือเอเชียด้วยกัน แต่ละประเทศมีธรรมเนียมการแต่งงานของตัวเอง การจะทำให้อีกฝ่ายยอมรับจึงต้องอาศัยมากกว่าการพูดคุย จะทำอย่างไรให้เข้าใจในธรรมเนียมปฏิบัตินี้ ประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญ ส่วนคนไทยด้วยกันเอง แม้จะรู้ธรรมเนียมกันดีอยู่แล้ว ก็ยังเกิดดราม่าให้เห็นกันอยู่เนือง ๆ ดังนั้นจึงต้องพูดคุยให้ชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาต่าง ๆ ที่จะตามมา

2. การใช้ชีวิตประจำวัน

เป็นอีกเรื่องที่บ่าวสาวควรพูดคุยกันให้ชัดเจนเสียก่อนแต่งงาน เพราะเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันนั้นสำคัญที่สุดเมื่อคนสองคน จากสองครอบครัวต้องมาอยู่ด้วยกัน พี่-น้องท้องเดียวกันที่อยู่ด้วยกันมาแต่เด็กยังทะเลาะกัน นับประสาอะไรกับคู่รักที่มาอยู่ด้วยกันหลังจากแต่งงาน ไม่นับคู่อยู่ก่อนแต่งที่ได้ทดลองใช้ชีวิตกันมาแล้วว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร พอมาเจอสถานการณ์จริงก็เลยผ่านฉลุยไม่มีเรื่องนี้ให้ต้องกังวล

การใช้ชีวิตประจำวันต่าง ๆ เหล่านี้เป็นรายละเอียดยิบย่อยที่มองข้ามไปไม่ได้เลย เพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มักจะสะสม พอกพูนจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่รอวันสะสาง โดยเฉพาะเรื่องงานบ้าน เรื่องเล็กจิ๋วแต่พอทะเลาะกันที ไม่ใช่เล็ก ๆ แน่นอน เพราะใคร ๆ ก็คิดว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายหญิง แต่เดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว มีหลายครอบครัวที่ฝ่ายชายช่วยทำงานบ้าน ช่วยเลี้ยงลูก เพราะฉะนั้นอย่าลืมที่จะเคลียร์เรื่องนี้ให้ชัดก่อนการแต่งงานเด็ดขาด

3. ครอบครัวของอีกฝ่าย

การแต่งงานคือการแต่งกันของสองครอบครัว เราไม่ใช่ตัวคนเดียว แต่มีพ่อ มีแม่ และญาติพี่น้องอีกมากมาย เขาก็เช่นกัน ต่างคนต่างมีอีกครอบครัวที่ต้องแบ่งเวลาให้ มีคู่รักหลายคู่ที่ต้องแยกทางกันเพราะมีปัญหากับครอบครัวของอีกฝ่าย ยิ่งคู่รักที่แต่งงานแล้วต้องย้ายเข้ามาอยู่กับครอบครัว ปัญหาก็จะยิ่งมากขึ้น ทางที่ดีควรพูดคุย ทำความรู้จักกันเสียแต่เนิ่น ๆ ใช้เวลาทำความเข้าใจ เรียนรู้นิสัยของครอบครัวอีกฝ่ายให้มาก เมื่อรักกัน ก็ต้องรักและยอมรับครอบครัวเขาด้วย เป็นเรื่องพื้นฐานสำหรับคู่รักที่วางแผนจะแต่งงานกันในอนาคต

4. เงิน

เรื่องนี้ต้องขีดเส้นใต้พร้อมปากกาไฮไลท์แต้มดาวอีกสามดวง เรื่องสำคัญที่สุดสำหรับชีวิตครอบครัว แต่ละคู่ควรกำหนดรูปแบบการใช้เงินหลังแต่งงานให้เหมาะสมกับครอบครัวของตน รายได้ทั้งหมดของครอบครัวจะถูกแบ่งใช้อย่างไร ใครเป็นคนจ่าย ใครเป็นคนเก็บ ใครเป็นผู้รับผิดชอบ จากเดิมที่เงินใคร เงินมัน รายจ่ายใคร คนนั้นก็ดูแล เมื่อมาเป็นครอบครัวแล้ว อาจมีรายจ่ายที่ต้องจ่ายร่วมกัน เช่น ค่าสาธารณูปโภค ค่าเล่าเรียนบุตร ฯลฯ ซึ่งหากไม่กำหนดรูปแบบการใช้เงินหลังแต่งงานให้ดีอาจเกิดปัญหาในภายหลังได้

ทุกคนรับรู้กันอยู่แล้วว่าเรื่องเงินเรื่องใหญ่ แต่พอให้พูดคุยเปิดอกก็มักเกิดความเกรงใจ ไม่กล้าคุยแบบเปิดอก อายบ้าง ไม่ยอมรับความจริงบ้าง ทีนี้พอแต่งงานก็เริ่มเห็นสิ่งที่หมกเม็ดเอาไว้ จนกลายเป็นปัญหาครอบครัวในที่สุด ทางที่ดีที่สุดคือพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาเสียตั้งแต่ก่อนแต่งงาน แต่ละคนมีรายรับ รายจ่ายอะไร ส่งให้ที่บ้านเท่าไหร่ ภาระหนี้สินอื่น ๆ มีอะไรบ้าง เรื่องแบบนี้ต้องบอกให้ชัดเจน อย่ากั๊ก พอเมื่อมารู้ทีหลังจะกลายเป็นปัญหาไม่จบไม่สิ้นกันเลยทีเดียว

5. ลูก

อย่ามองข้ามเรื่องนี้เป็นอันขาด เพราะการแต่งงานคือการเริ่มต้นความเป็นครอบครัว และครอบครัวก็ต้องประกอบไปด้วยพ่อ แม่ และลูก ดังนั้นเมื่อแต่งงานแล้ว บางคนก็อยากมีลูกทันที แต่บางคนอยากอยู่ด้วยกันไปก่อน เพราะยังไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตกันสองเลย จะมีลูกทันทีก็กระไรอยู่ เรื่องนี้ต้องคุยกันให้เคลียร์ ว่ายังไม่อยากลูกตอนนี้ หรือไม่อยากมีลูกเลย มีหลายคู่ที่เลิกรากันไปด้วยสาเหตุนี้

อย่างที่บอกว่าต้องคุยให้เคลียร์ วางแผนครอบครัวกันไว้ล่วงหน้า จริง ๆ แล้วการวางแผนครอบครัวควรเริ่มต้นก่อนการแต่งงานเสียอีก การวางแผนครอบครัวไม่ใช่การวางแผนเรื่องการมีบุตรเพียงอย่างเดียว แต่คือการวางเป้าหมายให้กับครอบครัว ให้มีความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเงิน ที่อยู่อาศัย อาชีพ การมีบุตร หรือแม้แต่การเว้นช่วงที่เหมาะสมสำหรับการมีบุตรอีกคน สิ่งเหล่านี้ควรเกิดขึ้นจากการวางแผนของคนสองคนที่กำลังจะเป็นครอบครัวเดียวกัน

โดยเฉพาะเรื่องลูก อย่ามองข้ามหรือคิดว่าเป็นเรื่องที่รู้ ๆ กันอยู่แล้ว เพราะเป้าหมายชีวิตของบางคนก็แตกต่างจากเราอย่างสิ้นเชิง คำว่า “ครอบครัว” ของบางคนอาจหมายถึงคนสองคนที่พร้อมจะแก่ไปด้วยกัน แต่คำว่า “ครอบครัว” ของอีกคนอาจหมายถึง พ่อ แม่ และลูก ก็เป็นได้ ดังนั้นพูดคุย วางแผนกันแต่เนิ่น ๆ ถึงความพร้อมในเรื่องต่าง ๆ

การวางแผนแต่งงานอาจต้องหมายรวมถึงการพูดคุยเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องพิธีแต่งงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้เวลากับการวางแผนรับมือกับปัญหาหรือสิ่งต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย เพื่อให้คู่แต่งงานกลายเป็นคู่รักที่ใช้ชีวิตครอบครัวกันอย่างราบรื่น

photo : http://www.istockphoto.com/

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : พูดให้ชัด เคลียร์ให้จบ ก่อนแต่งงาน!!