ปิดเมนู
หน้าแรก

ทำไมป้ายจราจร จึงมีสีน้ำเงิน?

เปิดอ่าน 23,357 views

ทำไมป้ายจราจร จึงมีสีน้ำเงิน?

ป้ายจราจร

ผู้เขียนก็เป็นคนหนึ่งที่เคยตั้งคำถามกับป้ายเหล่านี้มาก่อน  จนกระทั่งได้มาทำงานที่กรมทางหลวงจึงรู้ว่าป้ายแต่ละอันมีความหมายและวิธีการใช้ไม่เหมือนกัน   แต่เนื่องจากมีป้ายจราจรต่างๆมากมาย  ดังนั้นในฉบับนี้ผู้เขียนจะขอพูดถึง ป้ายจราจรประเภทป้ายบังคับเป็นหลัก  ก่อนอื่นเริ่มทำความรู้จักเรื่องทั่วไปของป้ายจราจรกันเลยนะครับ

ป้ายจราจร แบ่งเป็น 3 ประเภท  คือ  ป้ายบังคับ  ป้ายเตือน  และป้ายแนะนำ  หลักการจำง่ายๆ  พิจารณาจากสีพื้นป้าย คือ ป้ายบังคับส่วนใหญ่ใช้พื้นสีขาวและสีน้ำเงิน  ป้ายเตือนใช้พื้นสีเหลืองและสีส้ม  และป้ายแนะนำส่วนใหญ่ใช้พื้นสีขาว สีเขียว และสีน้ำเงิน   (ดูรูปที่1และ 2) 

ป้ายบังคับ

ป้ายเตือน

รูปที่ 1 ตัวอย่างป้ายบังคับและป้ายเตือน

 

ป้ายแนะนำ

รูปที่ 2 ตัวอย่างป้ายแนะนำ

ป้ายจราจรประเภทบังคับ  ใช้เพื่อการบังคับหรือควบคุมการจราจร  ซึ่งมีผลตามกฎหมาย  ป้ายส่วนใหญ่เป็นรูปวงกลม  ยกเว้น ป้ายหยุดและป้ายให้ทาง  ซึ่งเป็นรูปแปดเหลี่ยมและสามเหลี่ยมตามลำดับ   เดิมทีป้ายบังคับที่กรมทางหลวงใช้มาตั้งแต่ในอดีตนั้น  มีจำนวน 42 ป้าย  ส่วนใหญ่ใช้พื้นป้ายสีขาว  ขอบป้ายสีแดง (ดูรูปที่ 3)

       

รูปที่ 3  ตัวอย่างป้ายบังคับ (พื้นป้ายสีขาว ขอบป้ายสีแดง)

ยกเว้น ป้ายให้ทาง  ป้ายหยุด  ป้ายห้ามจอดรถ  และป้ายห้ามหยุดรถที่ใช้สีป้ายต่างออกไป (ดูรูปที่ 4)   ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับป้ายและการติดตั้งที่ผ่านมา  กรมทางหลวงปฏิบัติตามคู่มือเครื่องหมายควบคุมการจราจร ภาค 1 ฉบับปี พ.ศ. 2531


รูปที่ 4  ป้ายให้ทาง  ป้ายหยุด  ป้ายห้ามจอดรถ  และป้ายห้ามหยุดรถ

ความเป็นมาของป้ายจราจรรูปแบบใหม่

เริ่มจากหลายหน่วยงานต้องการให้ป้ายจราจรมีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ  โดยอ้างอิงจาก พรบ.ทางหลวง 2535  ที่กำหนดให้ออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับป้ายจราจรและเครื่องหมายจราจร   ต่อมาจึงมีร่างกฎกระทรวงกำหนดการจัดทำ ปัก ติดตั้งป้ายจราจร เครื่องหมายจราจรหรือสัญญาณจราจร สำหรับการจราจรบนทางหลวง พ.ศ. ….  และได้ผ่านการพิจารณาโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว  ซึ่งจะประกาศใช้ต่อไปในอนาคต  (ดูรูปที่ 5)

รูปที่ 5 ป้ายบังคับ (ใหม่)  จำนวน 55 ป้าย ตามร่างกฎกระทรวงฯ

ความแตกต่างระหว่างรูปแบบเก่ากับรูปแบบใหม่   ผู้เขียนขอสรุปอย่างย่อ  ดังนี้

1.   จำนวนป้ายเพิ่มขึ้น  จากเดิมมี 42 ป้าย เปลี่ยนเป็น  55 ป้าย

2.  มีป้ายสีน้ำเงินเพิ่มใหม่  ป้ายเหล่านี้เป็นป้ายประเภทคำสั่งเพื่อให้ทำตามเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่ปรากฎอยู่ในป้าย  มีทั้งการเปลี่ยนสีป้ายเดิมและการเพิ่มป้ายใหม่ (ดูรูปที่ 6 – 7) เดิมป้ายบังคับส่วนใหญ่ที่กรมทางหลวงใช้ คือ พื้นป้ายสีขาว เส้นขอบป้ายสีแดง  ในขณะที่รูปแบบใหม่พื้นป้ายสีน้ำเงิน  เส้นขอบป้ายสีขาว  มีจำนวน 18 ป้าย  ซึ่งป้ายในลักษณะนี้มีใช้กันในกลุ่มประเทศยุโรป  (ดูรูปที่ 8)

รูปที่ 6  ป้ายบังคับสีน้ำเงิน (ที่เปลี่ยนเฉพาะสีป้าย)

รูปที่ 7  ป้ายบังคับสีน้ำเงิน (เพิ่มใหม่)


รูปที่ 8  ตัวอย่างป้ายบังคับ ของ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันนี 

3. มีการเปลี่ยนแปลงสัญลักษณ์ในป้าย  เนื่องจากบางป้ายมีการปรับสัญลักษณ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลทั่วไป  เช่น  ป้ายห้ามเข้า เป็นต้น  มีจำนวน 15ป้าย  (ดูรูปที่ 9)

รูปที่ 9  ป้ายบังคับที่มีการเปลี่ยนสัญลักษณ์ในป้าย

4.  มีการเพิ่มป้ายใหม่  เนื่องจากสภาพการจราจรหรือกายภาพของถนนที่เปลี่ยนไป  ป้ายเหล่านี้ไม่มีในคู่มือป้ายจราจรของกรมทางหลวงมาก่อน  มีจำนวน 9 ป้าย (ดูรูปที่ 10)

รูปที่ 10  ป้ายบังคับที่เพิ่มใหม่

5.      ป้ายเดิมที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ   ป้ายเหล่านี้คงรูปแบบเดิมทั้งหมด มีจำนวน 13 ป้าย  (ดูรูปที่ 11)

รูปที่ 11  ป้ายบังคับที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง (เดิม)

โดยภาพรวมแล้ว  ขอสรุปว่า  ป้ายบังคับสีน้ำเงินมาจากรูปแบบป้ายใหม่ที่มีใช้กันในกลุ่มประเทศยุโรปและจะมีการประกาศใช้ในอนาคต  ซึ่งรูปแบบป้ายใหม่นี้มีการผสมผสานกันระหว่างป้ายเดิมที่เคยใช้กันมา  หรือมีการปรับปรุงสัญลักษณ์ในป้าย  หรือมีการนำป้ายจากต่างประเทศมาปรับใช้  ขณะเดียวกันป้ายบางส่วนได้มีการนำมาใช้แล้วบนถนนของกรมทางหลวง  ซึ่งพบว่าสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้ทาง  หรือผู้ปฏิบัติบ้างพอสมควรทั้งขนาดป้ายหรือสีป้าย

ดังนั้นเพื่อให้มีมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดและเพื่อให้สามารถนำไปใช้ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง  สำนักมาตรฐานและประเมินผลจึงได้ว่าจ้างที่ปรึกษาให้ปรับปรุงคู่มือป้ายจราจร  และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน  ซึ่งต่อไปสามารถนำมาใช้แทนที่คู่มือป้ายจราจรเดิมได้  ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาและหาอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับป้ายทั้งหมดได้ในอนาคตอันใกล้นี้

เนื้อหาที่กล่าวมาทั้งหมดนี้กล่าวมานี้มิใช่คำเฉลยของชื่อเรื่องนี้  แต่เป็นการจุดประกายและปรับความเข้าใจเบื้องต้น  ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ปฏิบัติ  ผู้ใช้ทาง  และผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆด้วยสามารถมองภาพรวมของป้ายจราจรรูปแบบใหม่ที่จะประกาศใช้ในอนาคต  และหากมีเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดที่บกพร่องหรือผิดพลาดไป  ผู้เขียนต้องขอโทษและขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

สนับสนุนบทความโดย วารสารทางหลวง รวมใจก้าวไปเป็นหนึ่งเดียว

รับอบรมการผลิตสูตรน้ำยาคาร์แคร์แบบครบวงจร

รับพัฒนาสูตรน้ำยาคาร์แคร์ คุณภาพสูง ด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เป็นมิตรต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม

เปิดอบรมหลักสูตรน้ำยาคาร์แคร์ (5 สูตร)

จากปกติ 15,500 บาท ลดเหลือ 12,000 บาท

โดยทีมงานมืออาชีพ

ด้วยนโยบายคุณภาพและมาตรฐานสากล บริการนำการขาย ใส่ใจคุณภาพ

1.สูตรการผลิตแชมพูโฟมล้างรถยนต์ผสมสารเคลือบเงา ( Car Wash Shampoo Foam)

ประโยชน์และคุณสมบัติ:

แชมพูโฟมล้างรถยนต์ผสมสารเคลือบเงา เป็นแชมพูโฟมล้างรถผสมซิลิโคน สูตรเข้มข้น ที่ให้ฟองมากใช้ล้างรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ สามารถขจัดคราบสกปรกบนพื้นผิวรถได้ดีเยี่ยมและช่วยรักษาสีรถให้ดูใหม่ สดใสเงางามอยู่เสมอ สามารถใช้ได้กับรถทุกประเภท

สุดยอดผลิตภัณฑ์แชมพูโฟมล้างรถและเคลือบสีรถได้ในขั้นตอนเดียว ดัวยกลิ่นหอมละมุนและฟองแชมพูที่นวลนุ่ม จะทำให้คุณหลงใหลและเพลิดเพลินไปกับการล้างรถของคุณ ประดุจได้ใช้ครีมอาบน้ำสุดโปรด ทำความสะอาดคราบสกปรกฝังแน่นได้สะอาด พร้อมให้สีรถดูสดใส ไม่ทิ้งคราบน้ำ ให้ความเงาสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

วิธีใช้: เจือจาง แชมพูโฟม 1 ส่วนต่อน้ำ 10 ส่วน ใช้ฟองน้ำหรือผ้าเนื้อนุ่มเช็ดถูพื้นผิวรถยนต์ ล้างด้วยน้ำสะอาด และปล่อยให้แห้งโดยไม่ต้องเช็ดหรือใช้ผ้าชามัวส์เช็ด

2. สูตรน้ำยาเคลือบเงายางรถยนต์ สูตรซิลิโคน 100% (Tire Black Shine)

ประโยชน์และคุณสมบัติ:

น้ำยาเคลือบเงายางรถยนต์ สูตรเข้มข้น ช่วยเคลือบเงายางบำรุงรักษารถยนต์ เช่น คิ้วยางรถ ยางกันชน ยางขอบกระจก เป็นต้น ให้เงางาม และยืดอายุเนื้อยางรถยนต์ให้มากขึ้น

ผลิตภัณฑ์ดูแลยางรถยนต์ เทคโนโลยีดูแลยางรถยนต์ล่าสุดของโลก ผสานคุณค่าจากสารกลุ่มซิลิโคนธรรมชาติที่ช่วยทำให้ยางที่เก่าและแข็งกระด้าง กลับมาดำเงางามเหมือนใหม่ พร้อมปกป้องหน้ายางจากแสงยูวี ด้วยสารป้องกันแสงแดดและป้องกันน้ำและคราบสกปรกไม่ให้ฝังแน่นในเนื้อยาง ช่วยยืดอายุการใช้งานของยางได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลขึ้น                              

วิธีใช้: ให้ทำความสะอาดและรอให้ยางรถยนต์แห้ง เทผลิตภัณฑ์ ลงในผ้าหรือฟองน้ำที่เตรียมมา เช็ดทำความสะอาดอย่างทั่วถึง แล้วรอเวลาอย่างน้อย 15 นาที

3. สูตรน้ำยาเคลือบเบาะและภายในรถยนต์ (Interior Leather & Vinyl Polish)

ประโยชน์และคุณสมบัติ:

น้ำยาเคลือบเงาภายในคอนโซล เบาะหนัง ไวนิลหรือพลาสติก ช่วยป้องกันฝุ่นเกาะและบำรุงรักษาพื้นผิววัสดุให้ดูใหม่สดใสเป็นเงางาม ใช้ได้ทั้งหนังแท้ หนังเทียม ไวนิล ไฟเบอร์ แผงประตู คิ้วยาง แผงคอนโซล รถยนต์  ป้องกันการแตกร้าว ซีดจางจากแสงแดดและช่วยป้องกันฝุ่นละอองไม่ให้เกาะพื้นผิววัสดุ

ผลิตภัณฑ์เคลือบคอนโชล เบาะหนัง ไวนิลทุกชนิด ช่วยคืนความนุ่มนวล เงางามให้กับหนังแท้ทุกชนิด ด้วยส่วนผสมสารสกัดจากแตงกวา ว่านหางจระเข้ ให้ความชุ่มชื้นเป็นธรรมชาติและปกป้องแสงแดดในเวลาเดียวกัน  มีส่วนผสมสารสกัดธรรมชาติที่ช่วยให้ปลอดภัยต่อผิวคุณและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

วิธีใช้ : ทำความสะอาดพื้นผิวให้เรียบร้อย จากนั้นเท ลงบนโฟม ทาผลิตภัณฑ์ลงบนพื้นหนัง แผงคอนโซล ปล่อยไว้ให้แห้ง

4.สูตรสเปรย์เคลือบเงาสีรถ (Spray Silicone  Wax)

ประโยชน์และคุณสมบัติ:

สเปรย์เคลือบสีรถยนต์  เป็นผลิตภัณฑ์เคลือบเงาสีรถยนต์ ใช้ทำความสะอาดและขจัดคราบสกปรกที่ฝังลึกภายในเนื้อสีพร้อมทั้งรักษาสีรถยนต์ให้เงางาม  และป้องกันรังสี UV ทำให้รถของท่าน ดูใหม่อยู่เสมอ

ผลิตภัณฑ์ดูแลสีรถยนต์ให้เงางามในขั้นตอนเดียวง่ายๆเพียงฉีดผลิตภัณฑ์หลังล้างรถหมาดให้ทั่วทั้งคัน แล้วใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง สีรถของคุณก็จะกลับมาเงางามเหมือนใหม่ในทันที ด้วยเทคโนโลยี OBAs ช่วยป้องกันรังสียูวี ความร้อนและทำให้รถคุณเงางามเป็นประกายอยู่เสมอ  ทำหน้าที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันเหนือชั้นผิวเว๊กซ์ คืนสีใหม่ให้กับรถยนต์ บำรุงรักษาหลังการเคลือบแก้ว

วิธีใช้ : ล้างรถยนต์ให้สะอาด  เขย่าขวดสเปรย์ให้เข้ากันก่อนใช้ แล้วสเปรย์ลงบนผิวรถยนต์ที่ต้องการ จากนั้นเช็ดให้เงาในเวลาเดียวกัน  ด้วยผ้าที่สะอาดหรือไมโครไฟเบอร์

5.สูตรน้ำยาสลายคราบฝังลึก ล้างห้องเครื่อง (Deep Cleanser for Engine Room)

ประโยชน์และคุณสมบัติ:

สเปรย์เคลือบสีรถยนต์  เป็นผลิตภัณฑ์เคลือบเงาสีรถยนต์ ใช้ทำความสะอาดและขจัดคราบสกปรกที่ฝังลึกภายในเนื้อสีพร้อมทั้งรักษาสีรถยนต์ให้เงางาม  และป้องกันรังสี UV ทำให้รถของท่าน ดูใหม่อยู่เสมอ

ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบฝังลึกสูตรเข้มข้นในขั้นตอนเดียว ทำความสะอาดได้โดยไม่ต้องใช้แชมพู ใช้น้ำน้อย ประหยัดเวลา เพียงฉีดลงบนพื้นผิวรถยนต์ที่มีคราบสกปรกต่างๆ จะสามารถสลายออกได้อย่างง่ายดาย ให้ความลื่นและลดแรงเสียดทาน ทำให้ผิวรถถูกปกป้องและเงางามในเวลาเดียวกัน

วิธีใช้ : ผสม กับน้ำสะอาดอัตราส่วน  1: 20 เท่า  แล้วฉีดพ่นบนผิวรถยนต์ที่มีคราบสกปรก รอให้คราบสลายสักครู่ เช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ที่ชุบด้วยน้ำหมาดๆ แล้วเช็ดตามด้วยผ้าแห้ง ควรทำความสะอาดรถเป็นส่วนๆไปและเช็ดคราบสกปรกด้วยผ้าสะอาดไปในทิศทางเดียวกัน  ไม่ควรถูวนเป็นวงกลม

ประกาศ: ผู้ที่สนใจเรียน หลักสูตรการผลิตน้ำยาชนิดต่างๆ เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าที่สนใจเรียน พร้อมหลักการตลาดเบื้องต้นเพื่อลูกค้าต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามที่

Brand Manager

Tel: 083-007-8589

Line ID: careandliving

пхукет обучение дайвингу

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : ทำไมป้ายจราจร จึงมีสีน้ำเงิน?