ปิดเมนู
หน้าแรก

คีเฟอร์หรือบัวหิมะคืออะไร ประโยชน์ของคีเฟอร์กับความงามนับพันปี

เปิดอ่าน 1,665 views

คีเฟอร์หรือบัวหิมะคืออะไร ประโยชน์ของคีเฟอร์กับความงามนับพันปี

คีเฟอร์หรือบัวหิมะ คืออะไร

ภายในเม็ดคีเฟอร์ประกอบไปด้วยจุลินทรีย์ 2 ชนิด ได้แก่ ยีสต์ Saccharomyces Exiguus หรือ S. kefir และแบคทีเรียแลคติค (Lactic acid bacteria) ที่อยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยกัน (Symbiosis) และยึดเกาะกันด้วยสารที่มีลักษณะเป็นเมือกเหนียวประเภทพอลีแซคคาไรด์จนเกิดการก่อตัวขึ้นมาเป็นรูปร่างคล้ายดอกกะหล่ำ มีสีขาวจนถึงเหลืองอ่อน ขนาดเท่าผลวอลนัทและเล็กได้จนเท่ากับเมล็ดข้าว คีเฟอร์จะมีกลิ่นอ่อนๆ ของยีสต์หรือกลิ่นคล้ายเบียร์ การหมักแลคโทสโดยแบคทีเรียแลคติคจะทำให้เกิดรสเปรี้ยว (กรดแลคติค) ส่วนการหมักโดยยีสต์จะทำให้มีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และแอลกอฮอล์เกิดขึ้นเล็กน้อย (ประมาณ 1-2% ขึ้นกับระยะเวลาของการบ่มและอาหารที่ใช้เพาะเลี้ยง) ลักษณะของคีเฟอร์ใกล้เคียงกับโยเกิร์ต แต่คีเฟอร์จะมีกลิ่นที่แรงกว่าเล็กน้อย โดยทั่วไปนิยมเลี้ยงเม็ดคีเฟอร์ในน้ำนม ซึ่งอาจเป็นนมวัว นมแพะ นมแกะ หรือนมอูฐเพราะมีสารอาหารที่เหมาะสมทำให้เม็ดคีเฟอร์เจริญได้ดี แต่บางครั้งอาจเพาะเลี้ยงในน้ำนมถั่วเหลือง น้ำนมข้าว น้ำกะทิ น้ำผลไม้ หรือน้ำมะพร้าว เม็ดคีเฟอร์ที่เลี้ยงในน้ำผสมน้ำตาลจะเรียกว่า “คีเฟอร์น้ำ (Water kefir)” ซึ่งจะมีลักษณะใสกว่าคีเฟอร์ที่เลี้ยงในน้ำนม การเพาะเลี้ยงในอาหารแต่ละชนิดจะให้ Kefir Grains มีลักษณะและขนาดของแตกต่างกันออกไป

 

คุณภาพของคีเฟอร์ pH = 3.7 , กรดแลคติก = 1.6% , กาแลคโตส = 1.02%, โปรตีน = 3.2%

นมคีเฟอร์ที่เกิดจากการหมักนมสดพลาสเจอร์ไรซ์กับเม็ดคีเฟอร์ เป็นนมที่มีลักษณะข้นเป็นเนื้อครีม

ละเอียด มีความสด รสเปรี้ยว มีฟองจากการหมักตัวของยีสต์ รสหวานเล็กน้อย เนื่องจากมีน้ำตาลแลคโตส (Lactose) มีแรงตึงผิวน้อยทำให้ดื่มง่าย รสกลมกล่อมคล่องคอ มีกลิ่นเฉพาะตัว นมคีเฟอร์จะไม่บูดเพราะมีกรดจากแบคทีเรีย ในคีเฟอร์ ที่จะยับยั้งการทำงานของแบคทีเรียที่จะทำให้นมบูด

ประโยชน์ของคีเฟอร์

# สรรพคุณของคีเฟอร์ kefir บัวหิมะ ชนิด นม และ น้ำ #

  • ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
  • มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยในการชะลอวัยและลดการเกิดริ้วรอย
  • เป็นยาจากธรรมชาติที่ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ต่อร่างกาย
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานในร่างกาย…
  • ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ความเป็นกรด-ด่าง ให้เป็นปกติ
  • ช่วยบำรุงร่างกาย บรรเทาอาการเหนื่อยล้า
  • ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ต่างๆในร่างกาย
  • ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง
  • ช่วยลดความเครียด รักษาอาการซึมเศร้า ทำให้อารมณ์ดี
  • ช่วยทำให้นอนหลับสบายมากยิ่งขึ้น
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและการแพร่ขยายตัวของเซลล์มะเร็ง
  • มีส่วนช่วยยับยั้งการเติบโตของเนื้องอก
  • ช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดขาวให้แก่ร่างกาย
  • ช่วยบำรุงหัวใจ ป้องกันและรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ อย่างโรคหัวใจขาดเลือด เป็นต้น
  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ยับยั้งการสร้างคอเลสเตอรอลในร่างกาย
  • ช่วยในการเผาผลาญสารอาหารจำพวกน้ำตาล
  • ช่วยควบคุมคุมน้ำหนักในร่างกาย
  • ช่วยรักษาอาการแพ้น้ำตาลแลคโตส
  • ช่วยบำรุงและเสริมสร้างกระดูกและฟัน
  • ช่วยให้ความดันโลหิตเป็นปกติ ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
  • ช่วยลดอาการไข้
  • ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้
  • ช่วยรักษาโรคเมตาบอลิกซินโดรม (อ้วนลงพุง)
  • ช่วยรักษาโรควัณโรค
  • ช่วยบำบัดรักษาโรคปอด
  • ช่วยรักษาแผลในกระเพาะ ลำไส้เล็กส่วนต้น และช่วยบำรุงลำไส้
  • ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานปกติและดียิ่งขึ้น ลำไส้บีบตัวได้ดียิ่งขึ้น
  • ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร
  • ช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร
  • เป็นอาหารที่เหมาะกับทารกหรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร
  • ช่วยแก้ปัญหาอาการประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ
  • ช่วยบำรุงตับ ไต และรักษาตับ ไตอักเสบ
  • ช่วยรักษาโรคของถุงน้ำดี นิ่วในถุงน้ำดี และช่วยละลายก้อนนิ่วในไต
  • ช่วยรักษาแผลพุพอง น้ำร้อนลวก
  • นำมาใช้ทาเพื่อรักษาโรคผิวหนังต่างๆ เช่น เชื้อราบนผิวหนัง กลาก เกลื้อน เป็นต้น
  • การดื่มคีเฟอร์ช่วยให้ผู้ป่วยเอดส์ และผู้ป่วยโรคมะเร็งมีอาการดีขึ้น (ผลการวิจัยยังไม่ชัดเจน)
  • ช่วยลดอาการแพ้ยาหรือเซรุ่มชนิดต่างๆ
  • ช่วยรักษาสารพิษจากยาเสพติดในร่างกาย
  • ใช้เลี้ยงทารกที่คลอดก่อนกำหนด ช่วยให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรง
  • ช่วยเสริมสร้างการทำงานของแบคทีเรียในลำไส้ของเด็กทารก
  • ช่วยป้องกันและรักษาโรคตับอ่อนในเด็ก โรคปอดบวม ปลอดลมอักเสบในเด็กที่อายุกว่า 2 ขวบ
  • มีสารต่างๆอย่างวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่าง ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ธาตุไอโอดีน วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี5 วิตามินบี6 วิตามินบี12 กรดโฟลิก ไบโอติน วิตามินดี วิตามินเค เป็นต้น
  • โยเกิร์ตบัวหิมะ นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 30 นาที (หรือจนกว่าจะแห้ง) เพื่อช่วยให้หน้าขาวเนียนใส รักษาสิวแผลสิว และช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน
  • นมหมักคีเฟอร์ช่วยให้อยู่ท้องอิ่มนาน
  • บัวหิมะรักษาสิว ด้วยการนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางที่ช่วยในเรื่องของการรักษาสิว กระชับรูขุมขน ทำให้หน้าเต่งตึงอ่อนเยาว์

นมที่สามารถนำมาใช้ทำโยเกิร์ตคีเฟอร์ได้ ก็มาจากนมจากสัตว์ เช่น แพะ แกะ วัว เป็นต้น นมที่มาจากพืชตระกูลถั่วต่างๆ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วอัลมอน มะพร้าว กะทิ เป็นต้น นมที่มาจากพืชตระกูลข้าว เช่น ข้าว ข้าวบาร์เล่ย์ เป็นต้น และนมที่มาจากพืชตระกูลเมล็ดเล็ก เช่น ป่าน ฟักทอง งา เป็นต้น

  • นมที่นิยมนำมาใช้ทำกันมากคือ นมวัว นมแพะ และนมถั่วเหลือง
  • นมชนิดที่ดีที่สุดที่นำมาใช้ทำคีเฟอร์ คือ นมแพะ เพราะย่อยง่ายกว่านมวัว และพบอาการแพ้ได้น้อยกว่านมวัว
  • นอกจากนมแล้วก็สามารถใช้เครื่องดื่มอื่นๆมาใช้ทำคีเฟอร์แทนนมได้ แต่เครื่องดื่มประเภทนั้นๆต้องมีน้ำตาลซึ่งเป็นอาหารของคีเฟอร์ เช่น คีเฟอร์ที่ทำจากน้ำผลไม้หรือน้ำหวานต่างๆ ซึ่งเราจะเรียกว่า “คีเฟอร์น้ำ” (Water Kefir) ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวของคีเฟอร์มากกว่า 1 สัปดาห์ ซึ่งเป็น อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ
  • แล้วคีย์เฟอร์แบบน้ำกับแบบนม อันไหนดีกว่ากัน? สรุปแล้วทั้งสองต่างมีประโยชน์ต่อร่างกายเหมือนกัน จะแตกต่างตรงที่คีเฟอร์แบบนมจะมีจุลินทรีย์มากกว่าคีเฟอร์แบบน้ำเกือบเท่าตัว !!
  • ความหนืดของคีเฟอร์เป็นตัวบอกได้ถึงการเจริญโตของบัวหิมะ ยิ่งหนืดยิ่งดี

รู้หรือไม่ว่าคีเฟอร์มีประโยชน์มากกว่าโยเกิร์ต? เพราะมีจุลินทรีย์ถึง 41 ชนิด ในขณะที่โยเกิร์ตมีเพียง 4 ชนิด !

วิธีการเลี้ยงคีเฟอร์น้ำ

วิธีเลี้ยงบัวหิมะน้ำ หรือ คีเฟอร์น้ำ (Kefir Water)

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • บัวหิมะน้ำ 4-6 ช้อนชา
  • น้ำดื่มสะอาด 200-250 cc.
  • น้ำตาลทรายแดง 1-3 ช้อนชา

วิธีทำ

  • นำบัวหิมะน้ำล้างน้ำด้วยน้ำดื่มที่สะอาด
  • เทน้ำใส่ถ้วยเลี้ยง เทน้ำตาลทรายแดงใส่
  • คนให้น้ำตาลละลาย
  • เทบัวหิมะใส่ ปิดฝา
  • หมักทิ้งไว้ 1-4 วัน
  • ชิมดูเริ่มเปรี้ยวซ่า ตามที่ชอบแล้ว
  • นำมากรองบัวหิมะออก
  • นำน้ำที่กรองแล้วเข้าตู้เย็น เก็บไว้ดื่มเย็น ๆ จะชื่นใจ

ข้อควรระวัง

  • ห้ามใช้อุปกรณ์ทุกอย่างที่เป็นอลูมิเนียม
  • ปิดฝาแบบให้เขาหายใจได้
  • ตั้งหมักในที่มืด
  • บัวหิมะจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • คนที่เป็นเบาหวาน ต้องหมักให้นานจนความหวานหมด

หมายเหตุ

  • บัวหิมะน้ำ เขาคือ จุลินทรีย์ ที่มีประโยชน์กับร่างกาย ดื่มแล้วทำให้นอนหลับสบาย ขับถ่ายของเสีย และไม่ต้องกลัวเป็นมะเร็ง ช่วยเรื่อง สิว โรคภูมิแพ้ การไม่ย่อย ท้องผูก โรคกระเพาะอาหาร ตับไตปัญหา ความดันเลือดสููง โรคโลหิตจาง
  • สัดส่วน ตัวบัวหิมะน้ำ หรือ น้ำตาล หรือ น้ำ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม- เมื่อหมักได้ที่แล้ว ดื่มวันละ 1 แก้วก่อนอาหาร หรือ เวลามีอาการปวดท้องโรคกระเพาะให้ดื่มทันที

วิธีการเลี้ยงคีเฟอร์นม

  • กระชอนพลาสติกสำหรับใช้กรองเม็ดคีเฟอร์ ถ้าหาไม่ได้ก็ประยุกต์ใช้กระชอนช้อนปลา ถุงซักผ้าตาถี่ๆ ผ้ามุ้ง ผ้าขาวบาง (ไม่แนะนำผ้าขาวบางเท่าไหร่เพราะดูแลความสะอาดและกรองคีเฟอร์นมได้ยาก) อนุโลมให้ใช้กระชอนแสตนเลสได้แต่ก็ไม่ควรเอาคีเฟอร์ไว้ในกระชอนนานๆ
  • ภาชนะสำหรับใช้เลี้ยงคีเฟอร์ และภาชนะสำหรับใส่นมที่ผ่านการหมัก (นมเปรี้ยวคีเฟอร์) แนะนำให้ใช้ภาชนะที่เป็นแก้ว หรือเซรามิก ถ้าไม่สะดวกจริงๆก็สามารถใช้ภาชนะพลาสติกได้บ้าง (แต่ไม่ควรใช่ระยะยาวและควรเลือกชนิดที่ระบุว่าทนต่อกรด)

วิธีเลี้ยง

  1. กรองเอาเม็ดคีเฟอร์แยกจากนมที่แช่มาในตอนแรก
  2. สำหรับบางคนที่ไม่สะดวกใจกับการที่ยังมีนมเกาะอยู่ที่เม็ดคีเฟอร์ กลัวมันจะบูดเน่าถ้าปล่อยเอาไว้สามารถนำเม็ดคีเฟอร์ในกระชอนไปแกว่งในน้ำสะอาดไม่มีคลอรีน(น้ำดื่ม)เพื่อล้างนมเก่าออกก่อนก็ได้
  3. แต่ที่จริงจะข้ามข้อ2.มา ข้อนี้เลยก็ได้ค่ะ คือเอาเม็ดคีเฟอร์ที่กรองได้มาใส่ภาชนะใบใหม่ที่ล้างสะอาดและผึ่งให้แห้งแล้ว แล้วเทนมที่เราต้องการหมักทำนมเปรี้ยวลงไป โดยส่วนใหญ่ตอนเริ่มเลี้ยงจะใช้นม 1 กล่อง(200-250ซีซี)ต่อเม็ดคีเฟอร์ 1 ช้อนชา
  4. เก็บคีเฟอร์ให้พ้นจากมดแมลง(บางคนบอกว่าพ้นแสงด้วยยิ่งดี) จะใช้ผ้าขาวบางคลุม หรือจะปิดฝา แถมเอาน้ำหล่อไว้ก็ตามสะดวกค่ะ มัทใช้วิธีเลี้ยงในโหลแก้วฝาสปริง ปิดแน่นสนิทดี
  5. ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงโดยประมาณก็จะครบรอบการหมัก สามารถกรองเอานมมาดื่ม/ทำอาหาร/พอกตัวตามอัธยาศัย ย้อนกลับไปทำตามข้อ1.ใหม่แต่ต้นค่ะ
 

จริงๆแล้วเลี้ยงง่ายมากๆเลยเพียงแต่ต้องรักษาความสะอาดและระวังเรื่องแมลงให้ดี

อุปกรณ์ที่ใช้เลี้ยงคีเฟอร์ให้ใช้เป็นพวกแก้วหรือพาสติกนะคะ

 

 ขอขอบคุณ
 

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : คีเฟอร์หรือบัวหิมะคืออะไร ประโยชน์ของคีเฟอร์กับความงามนับพันปี